บริษัท TV เจ้าหนึ่งชวนทำ App ลง TV เขา พอเสนอ App แผนที่จราจร เขาบอกไม่ได้ ติดสัญญา Exclusive กับ Traffy NECTEC!
ตั้งแต่ 1 ตุลา 2554 Google Maps API มีจำกัดปริมาณข้อมูลล่ะ…
ตั้งแต่ 1 ตุลา 2554 Google Maps API มีจำกัดปริมาณข้อมูลล่ะ http://googlegeodevelopers.blogspot.com/2011/10/introduction-of-usage-limits-to-maps.html
http://googlegeodevelopers.blogspot.com/2011/10/introduction-of-usage-limits-to-maps.html
iCloud (บน iOS5) PhotoStream มัน sync รูปขึ้นมาบน PC ไม่ครบอ้ะ หายไปรูปหนึ่งเฉย + วิดิโอมันก็ไม่ sync ขึ้นมา…
iCloud (บน iOS5) PhotoStream มัน sync รูปขึ้นมาบน PC ไม่ครบอ้ะ หายไปรูปหนึ่งเฉย + วิดิโอมันก็ไม่ sync ขึ้นมา แต่โดยภาพรวมก็สะดวกดี
GPT ต้องมี boot partition?
GPT ต้องมี boot partition?
ก่อนนี้ลง Linux ตั้งแต่สมัย Linux-SIS มาจะแบ่ง partition /, swap, /data สามอันเสมอ หลังๆ ลงเครื่องไหนจะใส่ disk 2 ตัวทำ software RAID-1 หมด แต่ก็ยังคงใช้ partition 3 อันนี้เป็นนิสัย
จนเมื่อวานมาเจอ Ubuntu (รุ่นก็ไม่ใหม่มาก 10.04.3) ลงบนเครื่อง server เก่าปานกลาง แต่ใช้กับฮาร์ดดิสค์ที่ซื้อมาใหม่ 2 TB (x 2 ตัว) ซึ่งใชัซอฟต์แวร์ที่มากับตัว installer แบ่ง partition ก็พบว่ามันใช้ GPT เป็นระบบ partition แบบใหม่ (แปลว่าใช้ fdisk เดิมๆ แบ่งไม่ได้แล้ว, ต้องใช้ GNU parted หรืออื่นๆ) ก็โอเค ใช้ไป แบ่ง 3 partition เหมือนเดิม ปรากฎว่าตอน grub (GRUB2) จะเขียน MBR ลง /dev/sda /dev/sdb มันบอก ERROR เขียนไม่ได้
ด้วยความมึนงง นั่ง search net ลองไปลองมา สุดท้าย ลองให้ Ubuntu มันแบ่ง partition เอง (เลือกโหมด Guided Partition) ก็เห็นว่ามันจะทำ boot partition ขึ้นมาอันหนึ่ง ชนิดเป็น “Reserved BIOS boot partition”) ก็เลยลองทำตามมั่ง ก็พบว่าลง GRUB ได้ปกติ
สรุปว่าต่อไปนี้เปลี่ยนสูตรจาก 3 partitions เป็น 4 partitions, boot, /, swap, /data
อ่านเพิ่มเติม http://www.rodsbooks.com/gdisk/booting.html
นั่งทำแบบทดสอบที่ The Political Compass http://www.politicalcompass.org/test ได้ผลดังนี้
นั่งทำแบบทดสอบที่ The Political Compass http://www.politicalcompass.org/test ได้ผลดังนี้
Economic Left/Right: -2.50
Social Libertarian/Authoritarian: -0.56
http://www.politicalcompass.org/facebook/pcgraphpng.php?ec=-2.50&soc=-0.56
http://www.politicalcompass.org/facebook/pcgraphpng.php?ec=-2.50&soc=-0.56
วันก่อนไป set computer เครื่องหนึ่งซึ่งเก่าแล้ว จน battery BIOS หมด หลายท่านคงจำได้ว่ากรณีเช่นนี้…
วันก่อนไป set computer เครื่องหนึ่งซึ่งเก่าแล้ว จน battery BIOS หมด หลายท่านคงจำได้ว่ากรณีเช่นนี้ นาฬิกาของเครื่องมันจะไม่ตรง บูตแต่ละครั้งมันจะกลับไปวันที่เริ่มต้นเสมอ ซึี่งเวลาผิดก็ทำให้เปิดเว็บอะไรที่เป็น https ไม่ได้ (เช่น facebook, gmail) ไอ้ครั้นจะต้องมาตั้งมือทุกครั้งที่บูตมันก็เหนื่อยหน่าย และ windows time synchronization ของ windows เอง มันก็ไม่ทำงาน เพราะว่าวันที่มันห่างกับความจริงเกินไป (ค่าเวลาตั้งต้นมันปี 2005 โน่น) สุดท้ายเลยลงซอฟต์แวร์ตัวนี้ เป็น service บูตทุกครั้งมันก็จะไป sync จาก NTP server มา จบปัญหา
ถ.พหลโยธินขาเข้า กลายเป็นคลองไปแล้ว http://traffic.longdo.com/c/TSE473
ถ.พหลโยธินขาเข้า กลายเป็นคลองไปแล้ว http://traffic.longdo.com/c/TSE473
Longdo Flood ดูแผนที่น้ำท่วมล่าสุดอย่างง่าย + เพิ่มโหมดแผนที่จากกรมแผนที่ทหาร http://flood.longdo.com/ #thaiflood

Longdo Flood ดูแผนที่น้ำท่วมล่าสุดอย่างง่าย + เพิ่มโหมดแผนที่จากกรมแผนที่ทหาร http://flood.longdo.com/ #thaiflood
หลังๆ เริ่มปันใจไปให้ Chrome จากเดิมที่ใช้ Firefox/IE ด้วยเหตุผลง่ายๆ ข้อเดียว คือ มันเปิดเร็วกว่า
ตั้งแต่ up desktop เป็น Ubuntu 11.10 เครื่อง kernel crash แบบกดไรไม่ได้ต้อง reset มา 2 รอบแล้ว, ส่วน LTS 10.04 บน…
ตั้งแต่ up desktop เป็น Ubuntu 11.10 เครื่อง kernel crash แบบกดไรไม่ได้ต้อง reset มา 2 รอบแล้ว, ส่วน LTS 10.04 บน server ลูกค้าวานนี้ apt-get upgrade (รวม kernel ด้วย) ทั้งเครื่อง reboot แล้วไม่กลับมา ฝากลูกค้าดูหน้าจอพบว่า kernel ใหม่ไม่เห็น /dev/md0
Longdo ลง BangkokPost http://www.bangkokpost.com/tech/computer/261886/do-it-online
[Linux TIPS] เวลา export tmpfs (ramdisk) จาก nfs ต้องใส่ fsid option เสมอ ไม่งั้นมันจะไม่ส่ง tmpfs ไป…
[Linux TIPS] เวลา export tmpfs (ramdisk) จาก nfs ต้องใส่ fsid option เสมอ ไม่งั้นมันจะไม่ส่ง tmpfs ไป (อาจจะได้สิ่งที่อยู่ใน root parition ก่อน mount) หรือ ส่งไม่ถูกอัน (กรณีที่มีหลายอัน)
เช่น ใน /etc/fstab
tmpfs /mydir/png1 tmpfs size=1G,auto 0 0
tmpfs /mydir/png2 tmpfs size=1G,auto 0 0
ใน /etc/exports ต้องเขียนงี้
/mydir/png1 10.0.0.1(rw,async,no_subtree_check,fsid=1)
/mydir/png2 10.0.0.1(rw,async,no_subtree_check,fsid=2)
Upgrade iOS 5 บน iPhone, iPad ไปสักพักไม่ทันทำไรมันว่า iCloud ใกล้เต็มแล้ว 4.3/5 GB มึน
แผงควบคุม iCloud กำหนดให้คอมพิวเตอร์ของคุณใช้ Windows Vista หรือเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า!
Longdo Flood เป็น web สำหรับดูสภาพการน้ำท่วมในประเทศไทยล่าสุดแบบง่าย โดยมีข้อมูลจากหลายๆ แหล่งมาประกอบกัันดังต่อไปนี้

Longdo Flood เป็น web สำหรับดูสภาพการน้ำท่วมในประเทศไทยล่าสุดแบบง่าย โดยมีข้อมูลจากหลายๆ แหล่งมาประกอบกัันดังต่อไปนี้
1. แผนที่ประเทศไทยจาก Longdo Map API
2. แผนที่น้ำท่วมจาก GISTDA
3. เหตุการณ์ล่าสุดจาก Longdo Traffic (ซึ่งดึงจาก iTic อีกทอดหนึ่ง)
4. tweets จากผู้ใช้โปรแกรม Twitter ที่ใช้ tag #thaiflood
ต้องการร่วมรายงานเหตุการณ์ต้องทำอย่างไร
ทำได้ 2 วิธี
1. รายงานเหุตุการณ์ผ่าน twitter โดยใช้ tag #thaiflood (ใช้โปรแกรม twitter client ใดๆ)
2. รายงานเหตุการณ์ผ่าน Longdo Traffic
http://www.dartlang.org/
หน้าตาภาษา Dart เป็นอย่างนี้
class Point {
Point(this.x, this.y);
distanceTo(Point other) {
var dx = x – other.x;
var dy = y – other.y;
return Math.sqrt(dx * dx + dy * dy);
}
var x, y;
}
main() {
Point p = new Point(2, 3);
Point q = new Point(3, 4);
print(‘distance from p to q = ${p.distanceTo(q)}’);
}
http://www.tiobe.com/index.php/content/paperinfo/tpci/index.html
http://www.tiobe.com/index.php/content/paperinfo/tpci/index.html
Originally shared by Samphan Raruenrom
Java ภาษาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 มาตั้งแต่ 2001 ค่อยๆ เสียแต้มไป หากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อาจแพ้เสียแชมป์ให้อับดับ 2 คือภาษา C แทน
Google ออก Dart ภาษาที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการพัฒนาเว็บตลอดไป
Originally shared by Samphan Raruenrom
Google ออก Dart ภาษาที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการพัฒนาเว็บตลอดไป
Which work of Steve Jobs affected your most? สำหรับผม iPhone แฮะ ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ ทำอะไรระหว่างทางได้เยอะขึ้นมากๆ
ใช้ 3G แล้วแบตหมดไว ดูจะเป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้
Title

Title

สมัคร gmail นี่ต้องมีใส่เบอร์โทรศัพท์มือถือด้วยแฮะ สมัยก่อนจำไม่ได้แล้วว่าต้องมีไหม
แจ๋วจริง
แจ๋วจริง
Originally shared by Prachya Singhto (iannnnn)
bicircles
ไฟจักรยานส่องพื้นรอบคัน ฝีมือน้องสาขาออกแบบอุตสาหกรรมบางมด
ไอเดียเจ๋งระดับโลก อยากให้มีสร้างจริงๆ จะพลิกวงการนักปั่นกรุงเทพฯ ได้เลยนะ
(via @Buob_Marley)
To be tested…

To be tested…
เข้าหน้า amazon.com แล้วเขาว่ายังงี้ (ก่อนจะพูดถึง Kindle Fire) อืม
เข้าหน้า amazon.com แล้วเขาว่ายังงี้ (ก่อนจะพูดถึง Kindle Fire) อืม
“There are two types of companies: those that work hard to charge customers more, and those that work hard to charge customers less. Both approaches can work. We are firmly in the second camp.”
มาเลเซียมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากกว่าไทยตั้งเกือบ 10 ล้านคนต่อปีแฮะ ติด TOP 10 ของโลกด้วย ส่วนอันดับหนึ่งคือ…
มาเลเซียมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากกว่าไทยตั้งเกือบ 10 ล้านคนต่อปีแฮะ ติด TOP 10 ของโลกด้วย ส่วนอันดับหนึ่งคือ ฝรั่งเศส http://en.wikipedia.org/wiki/World_Tourism_rankings
สายทางของกรมทางหลวงชนบทเส้นไหนบ้างน้ำท่วมดูได้ที่ http://fms2.drr.go.th/
สายทางของกรมทางหลวงชนบทเส้นไหนบ้างน้ำท่วมดูได้ที่ http://fms2.drr.go.th/
อีกหน่อยรถยนต์น่าจะมีแท่นเสียบมือถือ, ช่องใส่ iPad, tablet
[Amway] CD#9
[Amway] CD#9
นายแพทย์ใหญ่ เป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนแพทย์ที่ศิริราชฯ จบการศึกษาก็ทำงาน ทำงานหนักมาก เงินมี ทุกอย่างราบรื่นดี คิดว่าชีวิตน่าจะโอเค แต่วันหนึ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ก็ต้องหยุดหมดเลย ทำให้คิดขึ้นมาได้ว่าอาชีพหมอวันไหนหยุดทำงานเงินก็หยุด ก็เลยหาทางเลือกอื่น แล้วก็มาทำ amway จนประสบความสำเร็จเป็นเพชรบริหาร (ระดับขั้นของนักธุรกิจแอมเวย์ ซึ่งค่อนข้างสูง)
ค่อนข้างจะคล้าย CD แผ่นแรกที่ผมดู ตรงที่เป็นหมอเหมือนกันและจุดหักเหคือประสบเหตุให้ทำงานไม่ได้เหมือนกันจึงเปลี่ยนแนว, ตอนแรกทำ amway ยังตะขิดตะขวง ยังติดภาพหมอใหญ่ แต่หลังๆ ก็ถอดหัวโขนได้
คุณหมอเล่าถึงชีวิตการทำ amway ได้ตรงไปตรงมาดี เล่าถึงการชวนชาวบ้านแล้วเขาสนใจบ้าง หนีหายไปเลยบ้าง
ความเห็น: คาดว่าจะเป็นแผ่นสุดท้ายแล้วใน CD ล๊อตแรก ที่ท่าน upline กรุณาส่งมาให้ฟัง ผมขอเรียก lot นี้ว่าเป็น CD ชุด “โฆษณาชวนเชื่อ” ละกัน ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ เพียงแต่เนื้อหาสาระเขาไม่ลงรายละเอียดมาก ทั้งหมดเป็นเหมือนเล่าประสบการณ์ส่วนตัวพอสังเขป และบรรยายสรรพคุณที่แสนดีของธุรกิจ amway โดยที่ไม่ได้ชี้แจงละเอียดในเชิงเศรษฐศาสตร์หรือคณิตศาสตร์เท่าใด
เนื้อความโดยรวมของ CD เหล่านี้ก็จะมีการพูดถึง
– อิสรภาพ (ทางการเงินและเวลา) — ในความหมายว่างานประจำทั่วๆ ไป ต้องทำงานถึงจะได้เงิน หรือ ทำธุรกิจก็มีความเสี่ยง แต่ทำ amway เป็นอิสระ เหมือนจะชวนให้เชื่อว่างานสบายๆ ทำแค่ปีสองปีแรก หลังจากนั้นจะสบายไปตลอดชีวิต (โดยที่ไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นแต่อย่างใด แค่ชวนเชื่อเฉยๆ) ทำแล้วมีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาให้ตนเองมากขึ้น
– สิทธิประโยชน์หรือ กิเลส/วัตถุที่ได้รับจาก amway เช่น บ้าน รถ การไปเที่ยวต่างประเทศอย่างหนักหน่วง การต้อนรับอย่างดีเยี่ยมและฟุ่มเฟือย นั่งรถลีมูซีนวนรอบเมือง ฯลฯ
ผมคิดว่าพอเข้าใจได้ครับว่า CD lot นี้ อาจจะมีเป้าประสงค์เหวี่ยงแห สร้างให้เกิดกิเลสในใจคน (ใครบ้างไม่อยากทำงานน้อยหรือทำแค่ช่วงแรก แล้วได้เงินตลอดไป) รวมถึงคำถามในใจมากมาย ว่ามันจะเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้นได้ยังไงว่ะ เช่นกรณีผมเอง เพื่อที่จะดึงให้คนเข้ามาศึกษาในเชิงลึกต่อไป ซึ่งอย่างน้อยก็นับว่าสำเร็จเป้าประสงค์ เพราะผมคนหนึ่งก็คิดว่าจะศึกษาลงลึกต่อไปครับ ผู้ที่สนใจก็เชิญติดตามนะครับ
ในเฟสถัดไป ผมกำลังลองใช้ผลิตภัณฑ์ของ amway เองอยู่ และเมื่อเวลาอำนวย ก็จะศึกษาโมเดลธุรกิจว่าตกลงมันคืออะไร เอาแบบ no-bullshit ขอเนื้อๆ เลย คุณทำได้ยังไง
คืบหน้ายังไงจะมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไปครับ
[Amway] CD#8
[Amway] CD#8
หนุ่มวัยไม่น่าจะเกิน 30 วัยเด็กเรียนที่สาธิตปทุมวัน (ที่เดียวกับผมเลย) เรียนไม่ดีนักแต่ไม่ได้เกเรเกตุงอะไร เรียนจบตั้งเป้าตัวเองว่าจะทำงาน ทำธุรกิจ ก็ไปขุดทองที่อเมริกา ทำทุกอย่างตั้งแต่ร้านอาหารยันกวาดหิมะ 4 ปีกลับบ้านเก็บตังค์ได้ 4 ล้านบาท เอาไปทำธุรกิจแต่เหมือนไม่ประสบความสำเร็จ ทำโน่นทำนี่เยอะและก็มาทำ amway จนสำเร็จ
เป็นการบรรยายที่สนุกได้อารมณ์ดี มีแง่คิดเช่น ชีวิตคนเราต้องบริหาร เงิน สุขภาพ และ เวลา ให้คล้องจองกัน ไม่งั้นชีวิตจะลำบาก (ปกติคือ วัยหนุ่มสาว เงินไม่ค่อยมี แต่สุขภาพยังดี เวลาพอดี วัยทำงานเวลาไม่มี เงินเริ่มมี สุขภาพยังโอเค วัยเกษียณเงินพอมี เวลามีแล้ว แต่สุขภาพเริ่มแย่) และก็โยงถึงการทำ amway ถ้าสำเร็จก็มีเงินตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องทำงานไปจนเกษียณ
เป็นมุมมองที่เน้นปัจเจกบุคคลเช่นเดียวกับแผ่นอื่นๆ ครับ แต่เด่นที่ดุดันและตรงไปตรงมาดี
[จากหนังสือจุฬาสัมพันธ์] นิสิตจุฬารวมมีประมาณ 40,000 คน, ปี 53 มีเข้าใหม่ประมาณ 10,000 คน เป็น ป.ตรี 56% โท-เอก 44%…
[จากหนังสือจุฬาสัมพันธ์] นิสิตจุฬารวมมีประมาณ 40,000 คน, ปี 53 มีเข้าใหม่ประมาณ 10,000 คน เป็น ป.ตรี 56% โท-เอก 44% ส่วนคนที่สำเร็จการศึกษาก็ 9 พันกว่าๆ เกือบหมื่น สัดส่วนใกล้เคียงกัน จดไว้เป็นข้อมูลประดับความรู้
อันนี้ภาพตั้งแต่ตอนเริ่มทุบ จนเริ่มมีการก่อสร้างต้นเดือนสิงหา 54 http://map.longdo.com/p/A00306988/view
อันนี้ภาพตั้งแต่ตอนเริ่มทุบ จนเริ่มมีการก่อสร้างต้นเดือนสิงหา 54 http://map.longdo.com/p/A00306988/view
เพิ่งรู้ว่าตรงโรงหนังสยามเก่า เขาจะสร้าง Siam Square 1 (One) เป็น open mall หน้าตาเหมือนหลายๆ ตึกมาเชื่อมๆ กัน…
เพิ่งรู้ว่าตรงโรงหนังสยามเก่า เขาจะสร้าง Siam Square 1 (One) เป็น open mall หน้าตาเหมือนหลายๆ ตึกมาเชื่อมๆ กัน http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1354233
Title


จะว่าไปแล้วการที่สามารถจะพาพนักงานไปเที่ยวได้ต่างประเทศปีละครั้งสองครั้งมันก็ถือว่าดีนะ…
จะว่าไปแล้วการที่สามารถจะพาพนักงานไปเที่ยวได้ต่างประเทศปีละครั้งสองครั้งมันก็ถือว่าดีนะ เป็นรางวัลและเป็นการบังคับพักผ่อนไปในตัว อยากทำแบบนี้บ้างแฮะ
[Amway] CD # 7
[Amway] CD # 7
เป็นสุภาพสตรี เล่าถึงอัตชีวประวัติ เป็นชาวหล่มสัก เพชรบูรณ์ ชีวิตในวัยเด็กและทำงานค่อนข้างลำบาก ร่างกายมีความพิการต้องคลานไป แต่กัดฟันสู้ชีวิต ตั้งแต่เรียนเย็บผ้า ไม่ได้เรียนหนังสือ หารเลขไม่เป็นก็ค่อยๆ ศึกษาเอา จนมาเริ่มทำ amway ก็มีอุปสรรคมากมาย แต่ก็ไม่ท้อ ทำต่อมาเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จมีรายได้แสนกว่าบาทต่อเดือน ซื้อบ้าน ซื้อรถ
CD ยังคงเป็นสไตล์เดิม คือ เล่าไปเรื่อยๆ + มาทำ amway กันเถอะ ได้เที่ยวเมืองนอกฟรี ได้จับมือกับประธานบริษัทฯ ได้เงินสบายๆ แสดงกิเลส และวัตถุที่ซื้อได้หลังจากทำ amway เหมือน CD อื่นๆ
ดูไปเยอะๆ ชักเริ่มรู้มุข
แต่ท่านนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ในช่วงแรกของการขาย ขายผงซักฟอก SA-8 ไม่มีใครซื้อ ก็ไปสาธิตให้ดู โห ขจัดคราบได้จริงๆ ชาวบ้านสนใจ แต่พอเจอราคากล่องละ 195 บาท ก็หงายหลัง แพงเกินไป พี่เขาเลยใช้วิธีแบ่งขายบ้านละ 5 บาท สุดท้ายพอได้ลองก็เลยขายได้
ความเห็น: ของ amway แพงจริงหรือ หรือ ว่าถูกจริงหรือ? ราคาข้างกล่องแพงแน่ แต่ amway ก็จะบอกว่าของ amway คุณภาพสูง, มันเข้มข้น คิดแล้วคุ้มกว่า แต่เคยมีใครวิิเคราะห์ไหมว่ามันคุ้มกว่าจริงหรือไม่? หรือว่าแพงจริงหรือไม่
แน่นอนครับ ผมเห็นด้วยในกรณีเช่นนี้ amway มีประโยชน์ สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ขายได้จริง ทำแล้วดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย หรือ รับจ้างทั่วไปวันๆ และรู้สึกยินดีไปกับสุภาพสตรีท่านนี้และครอบครัวอย่างมาก
แต่ก็เป็นการมองจากมุมมองปัจเจกบุคคล ผมอยากเห็นการวิเคราะห์ในระดับมพภาค สุดท้ายแล้วประเทศโดยรวมได้ประโยชน์จากสิ่งนี้หรือไม่ และอยากได้คำตอบของคำถามเหล่านี้
1. สินค้าใช้ได้จริงหรือว่าแพงเกินจริง?
2. เป็นสินค้าที่ต้องใช้หรือว่าสร้าง demand ขึ้นมาหลอกๆ เช่น ยาเม็ดเสริมอาหารโน่นนี่, เหรียญคล้องคลอเพิ่มพลัง มันมีประโยชน์จริง หรือ สุดท้ายเป็นการสร้าง demand ให้เกิดการซื้อในเครือข่ายและรายได้สบายๆ เดือนละแสนทั้งหลายที่พูดกันก็คือ เงินค่าการขายและการตลาดของสินค้าเหล่านี้?
3. เทคโนโลยีในการผลิตสินค้ามาจากต่างประเทศหมด เราเป็นเพียงแค่ผู้ขาย และผู้ใช้เท่านั้นเอง ยิ่งสนับสนุนมากๆ ก็เป็นการทำให้เงินทองไหลออกนอกประเทศมากขึ้นหรือเปล่า ยิ่งขายมากๆ คนขายได้เงิน แต่ก็ซื้อเขากินตลอดชีวิต?
4. แล้วถ้าเทคนิคเครือข่ายแบบนี้ดีจริง ทำไมสินค้าในตลาดหลักๆ ไม่ใช้แนวทางนี้บ้าง (หรือว่าใช้กันเยอะอยู่แล้วหว่า)
ดูเหมือนจะมีคำถามมากกว่าคำตอบครับ ซึ่งต้องค้นหากันต่อไป…
ตั้งใจว่าต่อไปนี้เวลาไปศึกษาหรืออ่านหนังสืออะไรมา จะพยายามมาย่อความสรุปไว้ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจกับเนื้อหา…
ตั้งใจว่าต่อไปนี้เวลาไปศึกษาหรืออ่านหนังสืออะไรมา จะพยายามมาย่อความสรุปไว้ เพื่อเป็นการทำความเข้าใจกับเนื้อหา เพราะตามหลักต้องตั้งใจอ่าน+เข้าใจระดับหนึ่งถึงจะเขียนต่อได้ และไว้ทบทวนสิ่งที่อ่านไปด้วย
ส่วนตัวผมเอง คิดว่าเป็นกลุ่มคน/สถานะที่มีความน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของ MLM ไม่ว่ายี่ห้อใดๆ น้อยมากถึงน้อยที่สุด…
ส่วนตัวผมเอง คิดว่าเป็นกลุ่มคน/สถานะที่มีความน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของ MLM ไม่ว่ายี่ห้อใดๆ น้อยมากถึงน้อยที่สุด เลยคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะศึกษาได้อย่างไม่มีแรงบีบใดๆ งานผมมีทำน่าสนใจ, สนุกกับมันมากและเป็นเจ้าของกิจการด้วย, เที่ยวมาก็เยอะอยู่ สมัยที่อยู่ยุโรปและญี่ปุ่น, ลูก/เมีย/บ้าน/รถ มี ดังนั้นมุมมองของผมน่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากกิเลสพวกนี้มาก
ตั้งแต่ย้ายบ้านไปอยู่ประชาชื่น/งามวงศ์งาน มันต้องขับรถวันละ 2-3 ชั่วโมงเลยมีเวลามาดู (ฟัง) VCD นะครับ…
ตั้งแต่ย้ายบ้านไปอยู่ประชาชื่น/งามวงศ์งาน มันต้องขับรถวันละ 2-3 ชั่วโมงเลยมีเวลามาดู (ฟัง) VCD นะครับ เผื่อหลายคนจะตกใจ (มึง) ว่างขนาดนั้นเลยหรือ
[Amway] CD#6
[Amway] CD#6
ผู้จัดการภาคของธนาคารใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศไทย กำลังเกษียณอายุ ชีวิตทำงานเป็นลูกจ้างไต่เต้ามาจนเป็นผู้บริหารระดับสูง มีลูกน้อยเป็นร้อยคน เงินเดือนหลายแสน และว่า หลังจากเกษียณทุกอย่างจะเป็น 0 จะเป็นคนแก่ที่ไม่มีคนสนใจ และในตอนวิกฤตต้มยำกุ้ง ก็ฉุกคิดได้ถึงเรื่องความมั่นคง มีคนโดนให้ออกจากงาน ธนาคารล้มมากมาย เพิ่งรู้ว่าธนาคารก็ล้มได้
มาทำ Amway เมื่ออายุ 50 กว่าๆ ปัจจุบันมีรายได้จาก Amway หลักแสน มีคนเชิญไปพูดโน่นนี่ รู้สึกตัวว่ามีคุณค่า เริ่มไปเรียนลีลาศ เรียนโน่นเรียนนี่
เป็นคนแรกที่ฟังมีการแตะถึงตัวเลขหลักการแบ่งสรรเงิน Amway มีการพูดถึงอัตราส่วน 40 (Amway) – 60 (นักธุรกิจในเครือข่าย) แต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก
ความเห็น: ธนาคารก็ล้มได้ แล้ว Amway ล้มได้ไหม 🙂 แต่มุมมองที่ว่าเกษียณแล้วไม่มีอะไรทำได้มาทำ Amway แล้วมีความสนุกได้เจอผู้เจอคน ถ้ามันทำให้ชีวิตมีความสุข ก็โอนะ
ฟังมาหลายแผ่นแล้วเริ่มรู้สึกว่าจะมีแผ่นไหนไหมที่ฟันธงออกมาชัดๆ ว่า Amway คืออะไร อยู่ได้เพราะอะไร ไม่ต้องทำอะไรแล้วได้เงิน ไปเที่ยวรอบโลก มันคืออะไรสรุปมาแบบ no bull shit จะมีบ้างไหม
[Amway] CD#5
[Amway] CD#5
คุณผู้หญิงคนหนึ่ง ปัจจุบันอายุประมาณ 30 เกิดในครอบครัวข้าราชการในจังหวัดใหญ่ทางภาคอีสานแห่งหนึ่ง เติบโตในสภาพแวดล้อมชนชั้นกลาง เรียนโรงเรียนสาธิต เริ่มทำ Amway ตั้งแต่เด็ก เพราะเธอเชื่อว่าเป็นการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ตอนแรกมีคนต่อต้านมีอุปสรรคหน่อย แต่แล้วก็มีรายได้เรื่อยมา จนอายุยี่สิบต้นๆ ก็มีรายได้ดีจนเรียกว่าเกษียณอายุการทำงานได้ ซื้อบ้านหลังใหญ่โต เอาพ่อแม่มาอยู่ด้วย สองสามีภรรยาไม่ต้องทำอะไรเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ตื่นกี่โมงก็ได้
ใช้เวลานานมากในการเล่าว่า Amway พาไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง มีความสุขสบาย มีคนต้อนรับยิ่งใหญ่เป็นเกียรติมาก
ใช้เวลานานเช่นกันรวมถึงมีวิดิทัศน์ในการแสดงถึงชีวิตครอบครัว, ลูก แสดงถึงการมีเวลาให้ลูก
ความเห็น: เป็นมุมมองที่จริงใจดีครับ แสดงถึงผลประโยชน์ที่ได้รับในฐานะปัจเจกบุคคลจริงๆ แต่ผมคิดว่านี่คือมุมมองที่ทำให้ Amway เหมือนเป็นโฆษณาชวนเชื่อ เนื่องจากเล่าถึงแต่ว่าจะได้โน้นได้นี่ โดยไม่ต้องทำงาน อยู่เฉยๆ ก็มีเงิน ฯลฯ ผมชักสงสัยว่าจะมีสักคนไหมที่จะตีแผ่ถึงโครงสร้างภายในของระบบเครือข่ายของ Amway จริงๆ ที่จะได้คนละแสนต่อเดือนโดยไม่ต้องทำอะไร จริงๆ มันต้องทำอะไร และถ้าคนบางกลุ่มทำงานหนัก แต่ต้องเอาเงินไปแบ่งให้คนที่ไม่ต้องทำอะไรเป็นแสนๆ ต่อเดือนด้วย โมเดลนี้อยู่ได้อย่างไร
[Amway] CD#4
[Amway] CD#4
คุณผู้หญิงคนหนึ่งอดีตทำงานตั้งแต่ใช้แรงงาน พักใน camp ชีวิตยากแค้นลำเค็ญ มีลูกคนแรกถึงกับไม่มีปัญญาเลี้ยง (ได้กลับมาเลี้ยงตอนโตแล้ว) ถูกน้องหลอกให้สมัคร Amway ตอนแรกไม่ได้สนใจ ตอนหลัง Upline พยายามดึงไปเข้า center ก็พยายามทำความเข้าใจ พยายามขาย สุดท้ายก็มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ มีบ้าน มีรถ (ทั้งที่ตอนแรกยังขับไม่เป็น)
ค่อนข้างจะเป็นมุมมองจากปัจเจกบุคคล จากชีวิตที่ลำบาก มอง Amway ได้ว่าเป็นทางเลือกที่หนึ่ง ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตเขาได้
ความเห็น: ในบริบทของคุณผู้หญิงท่านนี้ เราคงต้องยอมรับโดยดุษฎีว่า Amway เป็นทางเลือกที่เพิ่มรายได้และเปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ ครับ เนื้อหาไปเป็นในทางการรับรู้และมุมมองส่วนบุคคล ไม่ได้นำเสนอถึงระบบของ Amway เทียบกับทางเลือกอื่นๆ แต่เข้าใจได้ว่าในบริบทแบบนั้นอาจไม่สามารถที่จะมานั่งลองทุกอย่างก่อนค่อยเลือก
[Amway] CD #3
[Amway] CD #3
เจ้าของธุรกิจทำซ๊อสบรรจุซอง (เช่น ซอสมะเขือเทศ, ซอสพริก ที่ตาม mcdonald, kfc อะไรใช้) มาเล่าถึงประวัติตนเอง ซึ่งการศึกษาไม่ได้เรียนสูง ทำงานตั้งแต่คนยกของไปจนถึง sales สุดท้ายมีโอกาสจึงออกมาทำโรงงานผลิตน้ำตาลซองส่งลูกค้าจากนั้นก็ขยายธุรกิจใหญ่โตเรื่อยมา
รวยอยู่แล้ว ไปเที่ยวต่างประเทศอะไรเองอยู่แล้ว แต่ได้ยิน Amway แล้วก็สนใจก็พบว่าหลักการโอเค ก็เลยลองทำ ไม่เห็นต้องลงทุนอะไร และได้ความมั่นคง เมื่อเทียบกับกิจการที่ทำ ตอนแรกลูกเมียก็ต่อต้านแต่ตอนหลังก็เข้าใจ
ความเห็น: เป็นตัวอย่างของเจ้าสัว เจ้าของกิจการ ที่มาทำ Amway ด้วย อันนี้ผมว่าเป็นตัวอย่างที่ดีนะ คือ ทำหลายอย่าง ด้วยความเข้าใจว่าอะไรคืออะไร แต่ในเนื้อหาก็ไม่ได้วิเคราะห์ถึงระบบ Amway อย่างละเอียดเท่าไหร่
Hello World from Google+ on iPhone
[Amway] CD แผ่นถัดไป เป็นคู่สามีภรรยา อัดเสียงมาได้ค่อนข้างแย่เลยอาจจะจับใจความได้ไม่เต็ม 100%
[Amway] CD แผ่นถัดไป เป็นคู่สามีภรรยา อัดเสียงมาได้ค่อนข้างแย่เลยอาจจะจับใจความได้ไม่เต็ม 100%
คร่าวๆ ก็เป็นการบรรยายที่สนุกครับ มีมุขเยอะ เช่น ชีวิตเราอยู่ที่การเลือก ต้องเลือกอย่างฉลาด มีเด็กคนนึงเดินเข้ามาที่ร้านตัดผม ช่างก็กระซิบบอกลูกค้าว่า ไอ้หยาเด็กคนนี้มาอีกแล้ว ไม่ค่อยฉลาด ลูกค้าก็ถามว่าไม่ฉลาดยังไง ช่างก็บอกเอ้าเดี๋ยวดู ก็ควักแบ๊งร้อย กับ แบงค์ยี่สิบ มาแล้วเรียกเด็กมาถาม เอ้า หนูจะเอาใบไหน เด็กก็หยิบแบ๊งค์ 20 คว้าหมับแล้ววิ่งไป ช่างก็บอกลูกค้าว่าเห็นมั้ย เด็กไม่ฉลาด ลูกค้าตัดผมเสร็จเดินออกไป ก็เห็นเด็กคนนั้นเดิมถือไอติมดูดยิ้มร่ามา ก็เข้าไปถาม เฮ้ยน้องทำไมเอาแบ๊ง 20 ไม่เอา แบ๊ง 100 ล่ะ เด็กก็ตอบว่า ก็ถ้าผมเลือกเอาแบ๊ง 100 ผมจะได้กินไอติมยังงี้ทุกวันมั้ยล่ะ (ฮา)
สามีก็ว่าชีวิตผมที่เลือกถูกมา 2 อย่าง อย่างที่ 1 คือเลือกภรรยา อย่างที่ 2 คือเลือกทำ Amway สามีพูดสักพักก็ให้ภรรยาพูดยาวๆ แล้วก็มีอีกมุขบอกว่าผู้หญิงอายุ 20 เหมือนลูกรักบี้ คนแย่งกันเอาไปกอด อายุ 30 เหมือนลูกบาส เก็บไว้กับตัวแล้วส่งต่อ อายุ 40 เหมือนลูกฟุตบอล อายุ 50 เหมือนลูกกอล์ฟตีแล้วลงหลุมไปเลย (ฮา) แต่ก็มาชมภรรยาว่านี่ห้าสิบกว่าแล้วยังสวยยังเก่งประมาณนั้น
โดยสาระแล้วส่วนใหญ่เป็น tautology กล่าวคือเป็นสิ่งที่พูดยังไงก็ถูก เช่น ชีวิตคนเราต้องเลือกดีๆ, ต้องทำในสิ่งที่เราชอบ, ชีวิตต้องมีเวลา หรือพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัด เช่น ผลิตภัณฑ์ Amway เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และกล่าวหาผลิตภัณฑ์อื่นว่าไม่ดูแลสิ่งแวดล้อม, เศรษฐกิจตกต่ำบริษัทอุปโภคบริโภคตกต่ำกันหมด ยกเว้น Amway รายเดียว (?), มีนักศึกษามาเพราะถูกแม่บังคับให้มาฟัง Amway พี่เขาก็ใช้วิธีบอกว่า แม่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเสมอใช่ไหม ดังนั้น Amway ก็ต้องดีไง (ไม่สามารถใช้เหตุและผลอธิบายได้หรืออย่างไร), การทำ Amway ไม่ใช่การขายทำยอดแต่เป็นการช่วยเหลือคน ยอดของเราคือการช่วยเหลือคนให้ได้กี่คน
มีการประมาทอาชีพอื่นเล็กน้อยว่า ช่างตีดาบ ตีได้วันละ 2 อัน เมื่อไหร่จะปลดหนี้ได้, เป็นลูกจ้างพนักงานข้าราชการ ทุ่มเทไปก็ไม่แน่ชัดว่าจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า ฯลฯ
และสุดท้ายตบท้ายด้วยระบบและบริษัทของ Amway ดีที่สุด เขาคิดเขาทำมาหมดแล้ว พวกเราแค่เข้า center, ฟัง, ใช้สินค้า ก็พอ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก
แผ่นนี้ไม่ได้กล่าวถึงสิ่งยั่วกิเลสมากนัก แต่ก็มีพูดถึงเงินในบัญชีที่ได้จาก Amway เป็นร้อยล้าน, ไปเมืองนอก
ความเห็น: เป็นการบรรยายเชิงอารมณ์ให้ผ่อนคลาย เล่าไปเรื่อยๆ ไม่เน้นวิทยาศาสตร์และตรรกะมากนั้น
เปิดดู CD Amway ไป 1 แผ่น
เปิดดู CD Amway ไป 1 แผ่น
เป็นหมอสูตินรีเวช คนหนึ่ง บอกว่า ทำแอมเวย์ เพราะ มีเวลาได้อยู่ใน กทม.
(ตอนแรกเปิดคลินิคที่ต่างจังหวัด สงสัยช่วงใช้ทุนมั้ง รายได้ดี (2-3 แสนต่อเดือน) แต่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แม่ แม่ป่วยตัวเองเป็นหมอกลับไม่สามารถไปรักษาได้) จากนั้นมาเป็น อาจารย์ที่ศิริราช ทำงานก็โอเค รายได้ดี แต่รู้สึกไม่มั่นคงเพราะมีช่วงนึง นิ้วหัก ผ่าตัดไม่ได้ ไป 2-3 เดือนเหลือแค่เงินเดือนหมอหมื่นกว่าบาท เลยรู้สึกว่าต้องการอาชีพที่มั่นคง ลองทำธุรกิจอื่นๆ เช่น ยี่ปั๊วแอร์ เปิดร้านอาหารแล้วไม่ work (ไม่ทราบเพราะเหตุใด) สุดท้ายอยากจะเปิด รพ.เอกชน ไปชวนหมอรุ่นน้อง ปรากฎโดนชวนทำ Amway กลับก็เลยลองทำดู
คุณหมอใช้เวลากว่าครึ่งในการพรรณาถึงทรัพย์สัมบัติ สิทธิประโยชน์ที่ได้จาก Amway ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ผ่อนหมดภายใน 4 ปี ได้ไปเที่ยวต่างประเทศโน่นนี่มากมาย อล้าสก้า ธารน้ำแข็ง นิวซีแลนด์ ฯลฯ ทั่วโลก ถ้าทำยอดได้สูงขนาดโน้นขนาดนี้ จะได้นั่งบอลลูน นั่งรถม้าเข้าเมือง ฯลฯ ซึ่งถ้าเป็นหมอไม่สามารถมาเที่ยวแบบนี้ได้ เพราะถึงมีเงินมาก็ไม่มีเวลามา เพราะปิดร้านมาเที่ยวแบบนี้คนไข้ก็หายหมด
คุณหมอพูดได้ดี น้ำเสียงและท่วงที ชวนให้ติดตามมาก แต่คุณหมอยังไม่ได้บอกถึงเนื้องานจริงๆ แต่อย่างใด (หรือยังฟังไม่ถึงหว่า ยังเหลือตอนท้ายอีกนิด ถ้ามีอะไรน่าสนใจจะมาบันทึกเพิ่ม) เลยทำให้ฟังดูรู้สึกเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ ยาครอบจักรวาลซะมากกว่า ที่จะเห็นคุณภาพของสินค้าหรือระบบการขายอันทรงพลังของ Amway แต่อย่างใดครับ
สุดท้ายหมอบอกว่าตอนนี้ลาออกจากหมอมาทำแอมเวย์เต็มตัวแล้ว หลังจากละเลิกงานแพทย์ไปทีละอย่าง ปิดคลีนิค เลิกทำเอกชน และสุดท้ายลาออกจากราชการ หลังจากทำ Amway ถึงระดับตรีเพชรอะไรสักอย่างจำมิได้
ความเห็น Ott:
– เป็นอาชีพที่มั่นคง ตราบใดที่ Amway ยังอยู่?
– ไม่ค่อยชอบเทคนิคการเอาแต่พรรณาถึงวัตถุยั่วกิเลส แต่เข้าใจว่าคงใช้แล้วประสบความสำเร็จ
– ยังไม่เห็นว่าคุณภาพของสินค้าหรือระบบการขายจะดีกว่าเครือข่ายหรือธุรกิจอื่นๆ แต่อย่างใด
อันนี้ก็ตั้งใจว่าจะลองเรียนรู้เช่นกันครับ หลายคนคงแปลกใจแน่เลย :)…

อันนี้ก็ตั้งใจว่าจะลองเรียนรู้เช่นกันครับ หลายคนคงแปลกใจแน่เลย 🙂 เผอิญมีโอกาสได้รู้จักและสนทนากับรองกรรมการผู้จัดการบริษัทโบรคเกอร์รายใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านว่านี่คืออนาคต! เป้าหมายของผมในครั้งนี้ คือ จะค้นหาว่ามันคืออะไร และเหตุใดคนระดับนี้จึงทำและมองว่านี่คืออนาคตของเขา
ผมบอกว่าคงไม่มีเวลาไปฟังหรอกนะ จันทร์-ศุกร์ทำงานก็เหนื่อยจะแย่ วันเสาร์อาทิตย์ขออยู่กับครอบครัว เล่นกับลูก ผลลัพธ์ที่ได้เป็นดังภาพครับ พี่เขาส่งชุด kit เรียนรู้ทางไกลมาให้เลย โอเค ลองดู สักตั้ง 🙂 ใช้ชีวิตวันหนึ่งๆ บนรถยนต์มากกว่า 2 ชั่วโมง งั้นเดี๋ยวจะเปิดฟังละกัน คืบหน้ายังไงเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง
ซื้อหนังสือคนเสื้อแดงมาสองสามเล่ม หมาเห่าใบตองแห้ง กับ Red Why…
ซื้อหนังสือคนเสื้อแดงมาสองสามเล่ม หมาเห่าใบตองแห้ง กับ Red Why ว่าจะนั่งอ่านและลองทำความเข้าใจกลุ่มคนที่เป็นเสียงข้างมากของประเทศดูสักตั้ง (ยอมรับว่ายังไม่เข้าใจนัก) มีประเด็นไหนน่าสนใจเดี๋ยวจะมาเล่านะครับ
เปลี่ยน theme Longdo Dict ใหม่นี่ ดูจะมีผลตอบรับ (เ่ช่น twitter mention) มากกว่าการเพิ่ม feature ใดๆ ของ Longdo…
เปลี่ยน theme Longdo Dict ใหม่นี่ ดูจะมีผลตอบรับ (เ่ช่น twitter mention) มากกว่าการเพิ่ม feature ใดๆ ของ Longdo ในอดีตที่ผ่านมาเลยทีเดียว หน้าตานั้นสำคัญไฉน
MSN นับวันยิ่งอืด ยิ่งอ้วน ยิ่งต่อช้า ยิ่งกิน resource ลักษณะเริ่มซ้ำรอยเหมือน icq เมื่อ 10 ปีที่แล้ว
แปะไว้ก่อน ว่างๆ จะมานั่งอ่านเทคนิค vi ขั้นสูง / ใช้ vi ทุกวัน
แปะไว้ก่อน ว่างๆ จะมานั่งอ่านเทคนิค vi ขั้นสูง / ใช้ vi ทุกวัน
Originally shared by Theppitak Karoonboonyanan
Answer: Your problem with Vim is that you don’t grok vi.
คัมไป!
คัมไป!
Originally shared by Chanchai Junlouchai
หลายๆ ผลิตภัณฑ์/บริการ ไม่เฉพาะ IT ล่มสลายไป ไม่ใช่เพราะคู่แข่ง แต่เพราะตัวเองไม่สามารถคงระดับคุณภาพหรือจุดเด่นเดิมๆ…
หลายๆ ผลิตภัณฑ์/บริการ ไม่เฉพาะ IT ล่มสลายไป ไม่ใช่เพราะคู่แข่ง แต่เพราะตัวเองไม่สามารถคงระดับคุณภาพหรือจุดเด่นเดิมๆ ไว้ได้ หรือ บางทีก็อัด feature อะไรอะไรเข้าไปจนเลอะเทอะ จนคนไม่อยากใช้ (note ไว้เตือนตัวเองด้วย 🙂 )
facebook เจ๊งๆ แฮะ update status อะไรไม่ได้เลย และ logout ก็ไม่ได้ มึนตึ๊บ
ช่วงนี้มีเว็บและซอฟต์แวร์แนว Location-based ออกมาน่าสนใจ (ต้องลองเพราะใกล้เคียงกับ Longdo Map และ Longdo Mobile :) )
ช่วงนี้มีเว็บและซอฟต์แวร์แนว Location-based ออกมาน่าสนใจ (ต้องลองเพราะใกล้เคียงกับ Longdo Map และ Longdo Mobile 🙂 )
1. Thai Yellow Pages มีทั้งเว็บ http://map.yellowpages.co.th/ และ mobile app (ลองบน iPhone) แผนที่เหมือนจะใช้ของ NAVTEQ แลดูใช้ได้ทีเดียว
http://itunes.apple.com/us/app/thailand-yellowpages/id387848017?mt=8
2. ESRI GIS Guide (iPhone app) yes ESRI เจ้าตลาดแผนที่บ้านเรา มี app ฟรีๆ ให้ดูแผนที่กันแล้วครับ
http://itunes.apple.com/us/app/gis-guide/id445329122?mt=8 เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่มีแผนที่ ESRI ให้ดูแบบฟรีๆ ถูกกฎหมาย (หมายเหตุ: Longdo Map ใช้แผนที่ของ NuMAP, Google Maps ใช้แผนที่ TeleAtlas, Nokia Ovi/Thai Yellow Pages ใช้ NAVTEQ)
ข้อมูลที่เก็บค่าความสูง ณ จุดต่างๆ บนพื้นผิวโลก ศัพท์เทคนิคเขาเรียก DEM – Digital Elevation Model…
ข้อมูลที่เก็บค่าความสูง ณ จุดต่างๆ บนพื้นผิวโลก ศัพท์เทคนิคเขาเรียก DEM – Digital Elevation Model มีความละเอียดที่ใช้ๆ ก ัน 3 ระดับ (อ่านข้อมูลจากกรมแผนที่ทหาร)
– Level 0: 30 arc second หรือ ประมาณ 1 กิโลเมตร (ค่อนข้างหยาบ)
– Level 1: 3 arc second หรือ ประมาณ 90 เมตร (อันนี้คือที่ SRTM http://srtm.csi.cgiar.org/ แจกอยู่ และแผนที่ “ภูมิประเทศ” ที่ใช้ใน Longdo Map ซึ่งใช้ของ Mr.Matt Fox (http://www.gelib.com/terrain-maps.htm) ก็เป็นที่ความละเอียดนี้
– Level 2: 1 arc second หรือประมาณ 30 เมตร คงจะละเอียดน่าดู กรมแผนที่ทหารมีข้อมูลอยู่ แต่ไม่รู้ว่าขายเท่าไหร่ คงแพง 🙂
ไอเดียดี ทำเป็นของขวัญของ longdo คนก็อยากติด ได้ แบรนด์ด้วย

Originally shared by Pawoot “Pom” Pongvitayapanu
ไอเดียดี ทำเป็นของขวัญของ longdo คนก็อยากติด ได้ แบรนด์ด้วย
ภาษาไทยฉบับ Google: “เรากำลังเปลี่ยนแปลงการแชท ดูข้อมูลเพิ่มเติม” อ่านแล้วเข้าใจไหม
มีใครทำ plug-in/extension/whatever ที่ทำให้ post อะไรใน facebook ก็โยนเข้า google+ ให้เลย (หรือกลับกัน) หรือยังหว่า
Test
แต่ UI ภาษาไทยของ google+ นี่แปลมาแบบแปลกๆ นิดป้ะ จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะ google+ แต่ว่าอย่างใน adsense/adword…
แต่ UI ภาษาไทยของ google+ นี่แปลมาแบบแปลกๆ นิดป้ะ จริงๆ ไม่ใช่เฉพาะ google+ แต่ว่าอย่างใน adsense/adword เล่นมานี่ก็มึนๆ ตลอด เหมือนน่าจะแปลให้เป็นไทยๆ อีกนิด
google+ vs.
google+ vs. facebook/blog/twitter ยังฟันธงไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เท่าที่เล่นมาถึงวันนี้ ดูเหมือนครั้งนี้ google จะจัดมาดีกว่า wave/buzz กล่าวคือ facebook เจอคู่แข่งที่มีฝีมือในระดับเดียวกัน แบบนี้สนุก!
เริ่มเห็นข้อดี Google Plus ล่ะ กล่าวคือ tight integration กับ google services และ search ดูท่าจะเจ๋งกว่า facebook…
เริ่มเห็นข้อดี Google Plus ล่ะ กล่าวคือ tight integration กับ google services และ search ดูท่าจะเจ๋งกว่า facebook แต่ UI ยังคิดว่ามันใช้ที่เปลืองไปหน่อย ส่วน Circle กับ Hangout ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวแต่ว่า เดี๋ยว facebook ก็ทำตามได้ไม่ยากไหม
ลอง Google Plus หรือยัง
UI เหมือนใช้ที่เปลืองๆ แฮะ ชอบสไตล์แบบอัดกระชับเต็มพื้นที่
Pattara Kiatisevi hung out with 1 person.Vuthichai Ampornaramveth
Pattara Kiatisevi hung out with 1 person.Vuthichai Ampornaramveth
hello world
อ่าว กรรม
การเมืองใช่งานอดิเรก
นั่งอ่านดราม่าที่ กรรมกรไซเบอร์ และ การผลักดันนโยบายตามระบอบประชาธิปไตย โดย mk เจ้าเก่า
- เป็นอะไรที่น่าสนใจ แนะนำให้อ่าน
- ไม่รู้ว่าสองอันนี้มันเกี่ยวกันไหม ถ้าเกี่ยว ไอ้การที่จะแค่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนโยบายสาธารณสุขกัน แล้วถึงขั้นไล่ให้ไปตั้งพรรคการเมือง มันก็คงจะเกินไป แต่นั่นเป็นเรื่องของการถกเถียง สนทนา ก็ว่ากันไป
- แต่ก็มีมุมมองที่น่าพิจารณา ในแง่ของแนวคิดที่ว่าอยากได้อะไรก็ตั้งกลุ่มตั้งพรรคของตัวเองไป lobby เอา
- ซึ่งผมตั้งข้อสังเกตว่า ถึงแม้มันจะมีส่วนจริง แต่ดูเหมือนมันจะเป็นการดูถูกอาชีพนักการเมืองกันไปหน่อยไหม
หรือว่าไม่?
ผมเสนอความเห็นว่า (และผมจะเสนอเฉยๆ จะไม่ไปตั้งพรรคการเมือง)
- ในอุดมคติแล้วนักการเมืองควรจะเป็นอาชีพจริงๆ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ และคนที่จะเป็นต้องมีความสามารถในการบริหาร และต้องเสียสละ ไม่ใช่ว่าใครก็เป็นได้ หรือเปล่า
- พรรคการเมืองควรจะมีอุดมการณ์และแนวคิดในการบริหารประเทศ มีมุมมองที่กว้างขวางทั้งในระดับประเทศและระดับโลกนะ
- กล่าวคือ ตัวตั้งต้องเป็นประเทศ ส่วนการจะมีแนวคิดที่ไปทางด้านใดด้านหนึ่ง อันเนื่องมาจากหรือไม่เนื่องมาจากการสนับสนุนโดยกลุ่มย่อย ข้างใดข้างหนึ่ง ก็เป็นไปได้
- แต่เมื่อมีการขัดแย้งกันระหว่างตัวตั้งกับกลุ่มสนับสนุนแล้ว ตัวตั้งคือประเทศจะต้องเป็นหลัก
- ไม่ใช่ว่าตั้งพรรคแค่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง, อาชีพอะไรก็ไปเป็นนักการเมืองได้
หรือเป็นเพราะแนวคิดที่ว่าทำอะไรแค่กลุ่มของตนเอง มันคือปัญหาของประเทศเราในปัจจุบัน?
- ผมเคยอ่านหนังสือเขียนโดยนาวิกโยธินอเมริกันที่รอดมาได้จากอัฟกันขณะที่เพื่อนในหมู่ตายเรียบ มีประโยคนึงเขาพูดว่า ในฐานะนาวิกโยธินสหรัฐเขาจะปฏิบัติตามคำสั่งของประธานาธิปดี หรือ Chief of State ของเขา ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร มาจากพรรคไหน แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม เพราะเขาเชื่อว่าประธานาธิปดีของเขาทำเพื่อประเทศของเขาจริงๆ
- แล้วเราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจกันไหม ว่านายกรัฐมนตรีของประเทศไทยแต่ละท่าน ทั้งปัจจุบัน และที่ผ่านๆ มา ทำเพื่อประเทศของเราจริงๆ ไม่ใช่เพื่อแค่กลุ่มของตน?
แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจในการเมืองไทย
เพื่อไม่ให้มีปัญหาแบบที่มีการไปว่าผู้ที่มาร่วมชุมนุมว่าถูกหลอกให้มาหรือเปล่า มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่มาเรียกร้องหรือไม่? หรือ หรือ การที่ชนชั้นเคยกลางจะกล่าวหาชนชั้นกลางว่าคือปัญหาของประเทศเพราะไม่ “รู้” แล้วตกลงในฐานะคนไทยเต็มขั้น เราควรจะต้องรู้อะไรบ้างถึงจะถือว่ามีความรู้ในการบ้านการเมืองของประเทศเพียงพอ ผมว่าถ้ามีใครหรือหน่วยงานไหนทำเป็นแบบทดสอบไว้ก็ดีนะ เหมือน TOEFL, IELTS หรืออะไร
ซึ่งเมื่อได้ศึกษาหาความรู้จนทำแบบทดสอบผ่านแล้ว (ประมาณว่าสอบกี่รอบก็ได้ ตกแล้วก็ไปอ่านหนังสือ กลับมาสอบใหม่) ก็ต้องถือว่าเขาคนนั้นมีวุฒิภาวะในด้านการเมืองเพียงพอ จะไปว่าเขาอีกไม่ได้ว่า โง่ ถูกจูงจมูก ไม่รู้ ฯลฯ
ผมเคยได้ยินว่า การที่คนจากประเทศอื่นๆ จะมาขอสมัครเป็นพลเมืองของอีกประเทศ(เช่น อเมริกา) ก็มีข้อสอบทดสอบความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรม และ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ของประเทศนั้นๆ ซึ่งก็ยากเอาการอยู่ ถ้าไม่ศึกษา ไม่ตามข่าว ก็ยากที่จะสอบผ่าน
แต่แบบทดสอบนี้คงต้องเน้นเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริงทางด้านกฎหมายและการเมือง ที่จะเป็นที่ยอมรับกันได้จากทุกฝ่ายๆ ซึ่งที่กล่าวมานี่ไอ้ผมก็ไม่ได้มีความรู้เพียงพอที่จะทำหรอกนะครับ 🙂 แต่ถ้ามีใครทำขึ้นมา จะยินดีศึกษาหาความรู้แล้วไปสอบให้ได้ จะได้บอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า
กูรู้แล้วโว้ย!
และไม่โดนด่าว่า “ไม่รู้” (แล้วยังเสือกออกความคิดเห็น…) อีก
ว่าแล้วมันมือลองทำเล่นๆ ออกมา แต่คิดได้แค่ 2 ข้อ แหะ แหะ ใครมีไอเดียก็ส่งมาเพิ่มเติมก็ได้นะครับ เผื่อได้เยอะ จะได้เอาไปเสนอหน่วยงานสักอันที่เกี่ยวข้อง: แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจในการเมืองไทย
แดกดันไม่ช่วยอะไร
สืบเนื่องจาก บทความ Middle Class Again ซึ่งคุณ mk (@markpeak) ได้เปิดประเด็นโจมตี “คนชั้นกลาง” (มีเครื่องหมายคำพูดคร่อม) ว่าคือคนกลุ่มนี้คือปัญหาของประเทศ ซึ่งผมอ่านแล้วก็พบว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจยังไม่เคยเจอ ก็เข้าไปสอบถาม ซึ่งคุณ mk ให้นิยามของคำว่า “ชนชั้นกลาง” ว่าคือชนชั้นกลางที่ขาดความเข้าใจโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไทย โดยใช้คำว่า “ชนชั้นกลาง” นั้นไม่ “รู้”
ซึ่งผมได้แย้งไปว่ามันไม่ชัดเจนว่า คำว่า “รู้” ของคุณ mk คืออะไร ดังนั้นถ้าจะสรุปว่าชนชั้นกลาง “ไม่รู้” ก็ไม่มีใครทราบได้ว่าตกลงรู้และไม่รู้เรื่องอะไร ซึ่งคุณ mk ก็ได้ให้คำตอบว่า
“ผมจงใจใช้คำว่า “รู้” แบบไม่นิยาม คนที่เข้าใจจะเข้าใจครับ ถ้าคุณ ott ไม่เข้าใจ
อันนี้ก็แปลว่า “ไม่รู้” นั่นล่ะครับ อันนี้ไม่รู้จะช่วยยังไงครับ
ดูจากคอมเมนต์อื่นๆ ที่มาตอบบล็อกอันนี้ ก็มีคนที่ “รู้” อยู่เยอะทีเดียวเลยนะครับ
ผมเป็นบล็อกเกอร์ตัวเล็กๆ ไม่ต้องสนใจว่าจะ “ไม่รู้” เรื่องอะไรที่ผมพูดก็ได้ครับ
ไม่สำคัญเท่าไร อิอิ”
ซึ่งก็โอเคครับ ก็ไม่สนใจละกัน สรุปตกลงก็ยังไม่รู้ว่าอะไรที่ mk รู้แล้วชนชั้นกลางคนอื่นๆ ไม่รู้ แล้วทำให้เป็นปัญหาของประเทศ แต่ส่วนตัวคิดว่า ไอ้การจะว่าคนไหนรู้หรือไม่รู้เรื่องอะไร และกล่าวหาถึงขั้นว่าเป็นปัญหาของประเทศ ถ้ามีตัวชี้วัดที่มันชัดเจนหน่อยมันก็น่าจะดี ไม่งั้นก็เหมือนนั่งด่าคนฟรีๆ เฮ้ย มึงอะไม่รู้ มึงคือปัญหาของประเทศ แต่ไม่รู้เรื่องไรกูไม่บอกนะ แต่กูรู้ว่ามึงไม่รู้ละกัน
คุณ mk เคยพูดถึงการต้องมี “หลักฐานทางวิทยาศาสตร์” แต่พอถึงตาคุณเองกล่าวหาชาวบ้าน ก็ไม่เห็นว่าคุณจะมีเหมือนกัน แต่ผมไม่ได้จะเรียกร้องหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เหมือนกับที่คุณเรียกร้องกับชาวบ้านหรอกนะ สำหรับผม การถ่ายทอดความคิดของตัวเองออกมาให้มันชัดเจนก็โอเคแล้ว กล้าด่าก็ต้องกล้าอธิบาย
แต่ประเด็นที่จะเขียนไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาสาระของการสนทนา ทว่าอยู่ที่ format ของมัน ซึ่งทำให้ผมขี้เกียจตอบ โดยเหตุผลของผลคือ การตอบของคุณ mk จะมีลูกแถม มีช่องเหน็บแนมได้เหน็บ พูดง่ายๆ สำหรับผม ก็คือ กวนตีน ซึ่งก็ได้แจ้งคุณ mk ไปว่าถ้าจะกวนตีนไม่ตอบละกัน แต่เหมือนคุณ mk ยืนยันว่าไม่ได้กวนตีน ย้อนกลับมาถามผมว่า แค่ความเห็นไม่ตรงกันก็มาบอกว่ากวนตีน มันแปลกๆ นะ ก็เป็นที่มาของ blog อันนี้ เพื่อจะอธิบายว่าคุณ mk กวนตีนยังไง และผมไม่ได้มีปัญหากับการที่ความเห็นไม่ตรงแต่อย่างใด จริงๆ แล้วกลับกัน คือ ไม่ตรงกันถึงอยากสนทนา
ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าคุณ mk กำลังขึ้นเวทีปราศัยต่อผู้ชุมนุม หรือ หาเสียง จะพูดอะไรกวนตีนบ้างเพื่อสร้างความฮึกเหิม ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ รวมถึงจริงๆ แล้วในเว็บดังกล่าวก็เป็นเว็บส่วนตัวของคุณ mk เอง ถ้าจะกวนตีนจริงๆ แล้วก็ไม่ผิดอะไร คือ สามารถตอกกลับได้ว่า ก็นี่เว็บกูนี่หว่า แต่ผมถือว่าการสนทนาแลกเเปลี่ยนความเห็นมันควรเน้นที่เนือหา ไม่ใช่มีช่องก็แดกดัน ผมก็เลยมาตอบใน blog ผมละกัน
ผมเสนอความคิดไป 1 ย่อหน้า คำตอบที่ได้คือ อย่ามัวแต่ “คิดว่า” คือ ผมไม่เห็นว่าการใช้คำว่า “ผมคิดว่า” มันจะผิดตรงไหน เพราะเป็นการเสนอความคิด จริงๆ แล้วสิ่งที่คุณโจมตีชนชั้นกลางก็เป็นการเสนอความคิดเหมือนกัน แต่กลับได้รับคำตอบว่า แนะนำให้ไปลงฟิลด์ อย่ามัวแต่คิดว่า คิดว่า แถมด้วยแดกดันเล็กๆ
“ถ้าคุณ ott ไม่สะดวกกายหรือสะดวกใจที่จะลงฟิลด์
อันนี้ผมก็ไม่รู้จะแนะนำยังไงเหมือนกันครับ”
ซึ่งผมไม่ทราบได้ว่าทำไมคุณต้องไปดูถูกคนอื่นว่าไม่สะดวกกายหรือสะดวกใจที่จะทำอะไรด้วยล่ะครับ คุณลงฟิลด์เป็นคนเดียวหรือไร แต่ก็โอเคอันนี้เบาะๆ คุยต่อได้ ซึ่งก็ได้อธิบายกลับไปว่า ผมไปชุมนุม ฟังแกนนำมาแล้วทั้งเหลืองทั้งแดงนะ ก็ได้รับคำตอบแดกดันรอบสองว่า
ยินดีด้วยครับ ที่ก้าวพ้นหอคอยงาช้างของคนชั้นกลางแล้ว
ขอให้ได้คำตอบกับบ้านเมืองนะครับ
หอคอยงาช้างเหี้ยไรละครับ?
คุณมาหาว่าผมนั่งเทียนไม่ลงฟิลด์ พอผมบอกว่าลงแล้ว ก็แดกดันกลับว่ายินดีด้วย ก้าวพ้นหอคอย แบบนี้ไม่เรียกกวนตีนเหรอครับ หรือปกติพูดจากับพ่อแม่พี่น้องก็แบบนี้?
ตบท้ายด้วย
ถอยไปถึงรัฐประหาร และม็อบเหลืองออกมาดีไหมครับ? หรือจะไปถึงปี 19 เลย?
ก็แล้วแต่ดิครับ ก็คุณบอกให้ถอยไป 10 เม.ย. ผมบอกคิดแบบคุณก็ถอยได้อีก ซึ่งคำตอบที่ตอบมาก็ไม่รู้ประเด็นคืออะไร เสนอให้ทำอะไร และเหน็บท้ายด้วย
ฝากถามคำถามนี้ไปยังคุณ hui ด้วยนะครับ บริษัทเดียวกันน่าจะถามง่ายกว่าครับ
อ่าว เกี่ยวไรกับเนื่อหาวะเนี่ย แล้วทำไมมันเป็นยังไง มีอะไรถามเองไม่ได้หรือไงครับ คุณเขียนข่าวให้ LTN เป็นเวลากี่ปี? อีตอนนั้นจะหางานก็เห็นคุยกันอยู่? พอตอนนี้จะทำแดกดันฝากถาม ถ้าตั้งใจจะถามจริงๆ ช่องทางต่างๆ มากมาย คงถึงเร็วกว่าฝากเยอะ เข้าใจว่าคงไม่ได้อยากได้คำตอบจริงๆ คงจะแค่แดกดันเฉยๆ
สรุปก็คือ คุณใช้วาทศิลป์ แทรกสอดคำแดกดัน เข้าไปในเนื้อหาการสนทนากับคนที่ความเห็นไม่ตรงกับคุณ โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็แล้วแต่ ซึ่งผมถือว่ารบกวนการสนทนา ซึ่งคุณไม่เข้าใจผมก็อธิบายให้ฟังแล้วข้างต้นนะครับ
มันอาจจะเป็นสไตล์การสนทนาของคุณ mk (เมื่อกี๊้เข้าไปนั่งอ่านๆ blognone ก็จริงๆ ก็เห็นคุณแดกดันชาวบ้านคนอื่นเหมือนกัน) ซึ่งทำโดยจงใจหรือเปล่าก็มิทราบได้ เพียงแต่ผมไม่ชินเท่านั้น
ส่วนตัวผมคิดว่าการแดกดันไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเอง (บอกว่า “คิดว่า” เด๋วแม่งย้อนด่ากูอีกปะเนี่ย) แต่ผมอาจจะผิดก็ได้ คุณ mk อาจจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ด้วยวาทะแดกดันแบบนี้ ก็ขอให้โชคดี
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒
เพิ่งเห็นว่าเว็บพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ มีหน้ารายการคำศัพท์ด้วยแฮะ เช่น ถ้าเข้าหน้านี้ http://rirs3.royin.go.th/word1/word-1-a0.asp แล้วกดตรง ก-กระกวด ก็จะไปหน้า http://rirs3.royin.go.th/word1/word-1-a1.asp ซึ่งมีรายการคำศัพท์และความหมายทั้งหมดตั้งแต่ ก ถึง กระกวด


search dict ที่ http://www.thaitux.info/dict/ ก็เจอเนื้อหาของ royin ด้วย

รวมถึง http://guru.sanook.com/

พูดอังกฤษเต็มปากเต็มคำ
ช่วงนี้ไปเขียน blog อีกอัน พูดอังกฤษเต็มปากเต็มคำ ที่ Longdo Dict Blog ครับ แนะนำเรื่องตัวสัทอักษร (phonetics symbols) สำหรับภาษาอังกฤษ และเรื่องการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ โดยพยายามจะสอดแทรกคำที่คนไทยมักอ่านผิด และมีตัวอย่างเสียงของเจ้าของภาษาด้วยครับ (อังกฤษและอเมริกัน)
ซึ่งจริงๆ แล้วไอ้ผมก็ภาษาอังกฤษไม่ได้ดีเด่อะไรหรอกครับ แหะ แหะ แต่ก็อยากจะถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้มาตอนเรียนภาษาอังกฤษสมัยที่เรียนที่ญี่ปุ่นน่ะครับๆ ไหนๆ ก็เสียตังค์เรียนไปแล้ว ก็ขอถ่ายทอดต่อหน่อยจะได้คุ้มๆ และก็ได้ความกรุณาจาก อ.ที่เคยสอนผม และรุ่นน้องอีกคนมาออกเสียงตัวอย่างให้ฟังด้วย
และก็อยากจะเชิญชวนผู้ที่ชอบเรื่องภาษา ภาษาใดๆ ครับไม่ว่าจะเป็น อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน ภาษาต่างประเทศใดๆ หรือแม้กระทั่งภาษาไทย ภาษาถิ่น และรักการเขียน + อยากจะถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้อื่น ขอเชิญชวนมาเขียน blog กันที่ Longdo Dict Blog ครับ โดยสามารถสมัครสมาชิกได้เอง (username อันเดียวกับของบริการ Longdo อื่นๆ)และเขียนได้ทันที (ช่วงแรกๆ จะต้องผ่านการ approve ก่อนถึงจะขึ้นหน้าแรกนะครับ)
ดูสภาพจราจร+ตำแหน่งผู้ชุมนุมได้ที่ traffic.thai.net

traffic.thai.net เป็นโครงการหนึ่งที่ MM ได้รับพัฒนาให้ NECTEC นะครับ โดยใช้เทคโนโลยี Longdo Map ของเรา โดยในช่วงตั้งแต่ 1 เม.ย. ทาง NECTEC ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำที่จะมากรอกข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ และตรวจสอบความถูกต้องของสภาพข้อมูลด้วย (เดิมจะรับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลแล้วแสดงผลเลย เช่น จาก กทม., การทางพิเศษ, และระบบ Traffy ระบบด้านจราจรอีกระบบของ NECTEC ที่ใช้ Google Maps) จึงทำให้ข้อมูลน่าจะมีความถูกต้องและมีประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงนี้สามารถตรวจดูตำแหน่งม๊อบได้ด้วย!
แผนที่ปั๊ม NGV (CNG)
ใช้ feature Map Snippet และ tag search ของ Longdo Map บวกกับพลังของน้องๆ นักศึกษาฝึกงานจาก ม.วลัยลักษณ์ ที่ช่วยหาและใส่ข้อมูลปั๊ม NGV จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต ได้ออกมาประมาณนี้ครับ
http://map.longdo.com/snippet/iframe.php?locale=th&zoom=8&tag=NGV&mode=traffic
หรือถ้าจะดูแบบเต็มๆ จอ แผนที่ปั๊ม NGV (CNG) ในประเทศไทย
จะไปทางไหนดี
ปกติวันไหนถ้าขับรถ ก่อนจะออกไปไหนก็จะดูเว็บสภาพจราจร traffic.thai.net ของ NECTEC เพื่อดูว่าจะไปทางไหนดี แต่วันนี้ดูแล้วมึนตึ๊บ
World’s Largest Shopping Malls Compared
เดินๆ Siam Paragon หรือ Central World ก็รู้สึกว่ามันใหญ่แล้ว, ไปเจอหน้าเว็บ World’s Largest Shopping Malls Compared แล้ว เทียบกับห้างในจีนนี่เด็กๆ ไปเลยแฮะ
เหมือนยุโรปรวมถึงญี่ปุ่นจะไม่ค่อยเน้นห้างใหญ่ๆ เท่าไหร่ ไม่อยู่ใน list เลย
Longdo Vote Map
รายงานสถิติการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ฉบับ Longdo Map!
เอาไว้ดูข้อมูลสถิติในรูปแบบแผนที่ + ไว้โชว์เวลาลูกค้านึกไม่ออกว่า Longdo Map เอาไปประยุกต์ใช้ทำอะไรได้บ้าง
Thai Line Breaking using Uniscribe
เห็นจากข่าว Mozilla Pango-Break (Really) ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยครับ ที่บักอันยาวนานนี้จะได้รับการแก้ไขสักที แต่ก็ยังเหลือบน Windows และ MAC ซึ่งพี่เทพว่าไว้ ว่า implement ฟังก์ชัน NS_GetComplexLineBreaks() แค่ฟังก์ชันเดียวเท่านั้น (ฟังดูเหมือนง่าย…) ซึ่งนั่งดูหน้าตาี้พารามิเตอร์ก็ช่างคล้ายกับ API ScriptBreak ของ Uniscribe แฮะ.
ว่าแล้วก็เข้าไปนั่งอ่าน API พบว่ามึนตึ๊บ ตัวอย่างอะไรก็ไม่มีเลย ช่างเป็นเอกสารสำหรับ expert อย่างแท้จริง. จริงๆ แล้ว พี่ฮุ้ย เคยเขียนโปรแกรมทดสอบตัดคำไทยด้วย Uniscribe เทียบกับตัวตัดคำใน Microsoft Office นานมาแล้ว แต่สอบถามดูปรากฎว่า โค้ดหายไปแล้ว ไปกับฮาร์ดดิสค์ที่พัง.
ไม่เคยเขียน C++ บน Windows กะเขา แต่อยากลองดูสนุกๆ ก็เลยนั่งอ่าน API และมั่วๆ ออกมา ได้ผลดังนี้
//
#include “stdafx.h”
#include
#include
#include “Usp10.h”
using namespace std;
void GetUniscribeLineBreaks(const WCHAR* aText, int aLength, bool* aBreakBefore) {
if (aLength <= 0 || aText == 0 || aBreakBefore == 0)
return;
int cMaxItems = 100; // FIXME why 100?
SCRIPT_ITEM* pItems = new SCRIPT_ITEM[cMaxItems*sizeof(SCRIPT_ITEM) + 1];
int outitems = 0;
HRESULT result;
// FIXME why pItems[0]?
result = ScriptItemize(aText, aLength, cMaxItems, NULL, NULL, pItems, &outitems);
if (result < 0 || outitems < 1) return;
SCRIPT_ITEM pItem = pItems[0];
SCRIPT_ANALYSIS psa = pItem.a;
SCRIPT_LOGATTR* psla = new SCRIPT_LOGATTR[aLength];
result = ScriptBreak(aText, aLength, &psa, psla);
if (result < 0) return;
for (int i=0; i<aLength; i++) {
//printf(“%d”, psla[i].fSoftBreak);
aBreakBefore[i] = ( psla[i].fSoftBreak == 0 ? false : true );
}
}
int _tmain(int argc, _TCHAR* argv[])
{
const wstring thaistring = L“สวัสดีครับนี่เป็นการทดสอบภาษาไทย”;
const WCHAR* pwcChars = thaistring.c_str();
int cChars = (int) thaistring.length();
bool* result = new bool[cChars];
printf(“%s\t%d\n“, pwcChars, cChars);
GetUniscribeLineBreaks(pwcChars, cChars, result);
for (int i=0; i < cChars; i++)
printf(“%d”, (bool) result[i]);
char anything;
cin >> anything;
return 0;
}
ผลลัพธ์การรัน เหมือนจะถูกต้องดี
10000010001001000100100001000100
ซึ่งมีหลายจุดที่ยังงงคือ จะกำหนดค่า cMaxItems เอาจากไหน และทำไมต้องใช้ SCRIPT_ITEM pItems ที่ return โดย ScriptItemize() มา มันจะมีกี่ element และเราจะใช้อันไหน. ผู้รู้ช่วยแนะนำด้วยนะครับ.
เพิ่มเติม
ขออนุญาตแปะโค้ดที่คุณวีร์ได้ปรับแก้ไว้ที่ wikia.com หน่อยนะครับ (เดี๋ยวใครมาลอกตัวอย่างผิดๆ ของผม 🙂 )
void
NS_GetComplexLineBreaks(const PRUnichar* aText, PRUint32 aLength,
PRPackedBool* aBreakBefore)
{
NS_ASSERTION(aText, "aText shouldn't be null");
int cMaxItems = 20;
SCRIPT_ITEM* pItems;
int outitems = 0;
HRESULT result;
bool will_delete_item = false;
// loop นี้ไปเรียก ScriptItemize เพื่อตัด text ออกเป็นก้อนใหญ่ๆก่อน
// ต้องวน loop เพราะไม่รู้ว่า cMaxItems แค่ไหนที่จะพอดี ก็เลยวนขยายไปเรื่อย
// จนกว่าจะพอ
do
{
cMaxItems *= 2;
if(will_delete_item)
{
delete[] pItems;
}
pItems = new SCRIPT_ITEM[cMaxItems*sizeof(SCRIPT_ITEM) + 1];
will_delete_item = true;
result = ScriptItemize(aText, aLength, cMaxItems, NULL, NULL, pItems, &outitems);
}
while(result == E_OUTOFMEMORY);
// ในแต่ละก้อนใหญ่ใน pItems ก็เอาแต่ละก่อนมาตัดเป็นก้อนเล็กอีกที
for(int iItem = 0; iItem < outiTems; ++i)
{
// end_offset คือ ตำแหน่งใน aText ที่เป็นตำแหน่งสุดท้ายของ pItems[iItem]
// ซึ่งคำนวณจากการดูตำแหน่งเริ่มต้นของ item ถัดไป
// ยกเว้น item สุดท้าย end_offset = aLength
int end_offset = (iItem + 1 == outItems ? aLength : pItems[iItem + 1].iCharPos);
SCRIPT_ITEM pItem = pItems[iItem];
SCRIPT_ANALYSIS psa = pItem.a;
int start_offset = pItem.iCharPos;
// ผมคิดว่า ScriptBreak น่าจะเติม psla โดยเริ่มจาก 0
// ดังนั้นก็จองเท่าจำนวน unicode character ใน item ก็พอ
// (เดาเอาทั้งหมด)
SCRIPT_LOGATTR* psla = new SCRIPT_LOGATTR[end_offset - start_offset];
result = ScriptBreak(aText, aLength, &psa, psla);
if (result < 0)
{
return;
}
for (int i=start_offset, int j=0; i < end_offset; ++i, ++j)
{
aBreakBefore[i] = ( psla[j].fSoftBreak == 0 ? false : true );
}
}
}
Kubuntu 6.06
ถอยเครื่องคอมมาใหม่ ก็คิดอยู่พักหนึ่งว่าจะลง Linux อะไรดี, เอา Kanotix รุ่น 2006-01-RC4 มาบูต + ลงดูก็รันได้ดี ติดอยู่ว่ามัน set X ไม่ดีเท่าไหร่, resolution ไม่ถูก และก็ driver เหมือนใช้ vesa หรือไงอืดๆ และมันยัง RC ด้วย
เลยหยิบแผ่น Kubuntu 6.06 64 bit มาลง พบว่าเออมันเก่งแฮะ set X ได้เนียนเป๊ะ (intel 945) เลยจดบันทึกการลงดังนี้
- ตอนลงก็เลือกให้ลงภาษาไทย (ฝีมือพี่เทพไปช่วย Ubuntu เขาทำ 🙂 )
- หลังจากลงเสร็จ พบว่ายังตัดคำไทยไม่ได้ ต้อง apt-get install libthai-dev (คือ KDE มันจะต้องการ libthai.la ในการ load libthai library ซึ่งมันจะอยู่ใน package libthai-dev
- เพิ่มใน /etc/apt/sources.list
# LTN deb http://linux.thai.net/apt ./
- ลงฟอนต์ไทย apt-get install ttf-thai-tlwg แล้วก็เลือก font Loma เป็น default สำหรับ browser (ดูดีสุดสำหรับผม)
- เซ็งอย่างคือ Kubuntu มันซ่อนตัว KControl (KDE Control Center) ไว้แล้วโชว์ตัว System Setting ที่มีการจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ แต่ผมไม่ค่อยชิน ชอบแบบเดิมที่มันมีทุกอย่างในโปรแกรมเดียวเลย ก็สร้าง icon ใน panel โดยใส่ /usr/bin/kcontrol เข้าไป
- เสร็จแล้วก็ set keyboard layout (Control Center/Regional and Accessibility/Keyboard Layout) เพิ่มไทยเข้าไป แล้วก็เปลี่ยน short-cut key ปุ่มเปลี่ยนภาษา (ใน Control Center/Regional and Accessibility/Keyboard Shortcuts — Switch to Next Keyboard Layout เป็น F12 (ถนัดอ้ะ)
- แค่นี้ก็พอใช้งานได้ล่ะ เหลือกำลังพยายามทำให้ SKIM/SCIM work แต่ยังไม่สำเร็จแฮะ
Open Source QUIZ ประจำวัน
สืบเนื่องจากมีประเด็นเรื่องความรู้ความเข้าใจใน Open Source (OSS), เรามาลองทดสอบความรู้เรื่องนี้กันหน่อยไหมครับ มี 5 ข้อเอง
- ซอฟต์แวร์ Open Source นับเป็นทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่?
- ก. ไม่เป็น. With Open source, there is no intellectual property. Anyone can use it and all your ideas become public domain.
- ข. เป็น. ซอฟต์แวร์ Open Source นั้น ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญา และมีเจ้าของซึ่งก็คือคนเขียนนั่นเอง นอกเหนือว่าเจ้าตัวจะยกสิทธิให้คนอื่น ที่เราสามารถใช้ซอฟต์แวร์ Open Source กันได้ฟรีๆ ก็ เพราะว่าเจ้าของได้ อนุญาต ให้เราใช้ได้ (และแก้ไขได้ และเผยแพร่ต่อได้ หรืออะไรก็แล้วแต่อื่นๆ) โดยการระบุไว้ในเอกสารที่เรียกว่าสัญญาอนุญาต หรือ LICENSE ที่มากับตัวซอฟต์แวร์ ครับ ไม่ใช่ว่าคนเขียนเ OSS เสร็จแล้วปั๊บกลายเป็นของสาธารณะหรือ public domain ใครจะเอาไปปู้ยี่ปูยำยังไงก็ได้
- ซอฟต์แวร์ OSS ทำแล้วถ้าหาเงินไม่ได้ สุดท้ายก็การพัฒนาก็ต้องหยุด และซอฟต์แวร์ก็ต้องล้าสมัย พูดงี้ถูกไหม?
- ก. ถูกต้องแล้ว. If nobody can make money from it, there will be no development and open source software quickly becomes outdated.
- ข. จะว่าถูกก็ถูก แต่ไปเหมารวมอย่างนี้ไม่ดี. ถ้าเป็นซอฟต์แวร์ปกปิด source (proprietary software) ทั่วไป ล่ะก็ใช่ ถ้าทำแล้วขายไม่ได้ การพัฒนาก็ต้องหยุด และซอฟต์แวร์ก็จะล้าสมัย. แต่ OSS นั้นมีประเด็นต้องชี้แจงอยู่สามประเด็นครับ
- ประเด็นแรก จริงๆ แล้ว OSS ก็ขายได้ เพียงแต่ถ้าคิดแค่ตื้นๆ จะมองว่า OSS ขายยาก, จะขายได้ยังไงก็ source code มันเปิดแผ่หลาอยู่นี่. คำตอบก็คือมันมี business model อื่นๆ ที่จะหาทางขายได้ เช่น ขาย service ขาย support ขาย value-added products ที่สร้างจาก OSS อีกทีสำหรับลูกค้ากลุ่มนั้นๆ. อันนี้คงต้องลองศึกษาดูว่า บริษัทใหญ่ๆ อย่าง RedHat, MySQL หรือ SuSE/Novell นั้นอยู่ได้อย่างไร
- ประเด็นที่สอง OSS ตายยากกว่า ซอฟต์แวร์ OSS นั้น คนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของ สามารถเปิดดู source code, นำไปปรับปรุงแก้ไข และเผยแพร่ต่อได้ในอนาคต ดังนั้น ถ้าเทียบกับ proprietary software, ซอฟต์แวร์ OSS มีโอกาสอยู่รอดดีกว่าซะอีก เพราะในกรณีที่ทำเงินไม่ได้ ส่งผลให้นักพัฒนาคนเดิมเลิกทำ, คนอื่นก็สามารถเข้ามาพัฒนาต่อยอดได้ , ถ้าเป็น proprietary software บริษัทเจ๊งไปแล้ว, source code หายไปกับบริษัท ถามว่าการพัฒนาก็จะหยุดและซอฟต์แวร์ก็ตายไปเลยแบบกู่ไม่กลับ ใช่หรือไม่
- ประเด็นที่สาม OSS นั้นไม่ได้โตด้วยเงินเท่านั้น นักพัฒนา OSS นั้น แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นprogrammer อาชีพ หรือเป็น programmer ที่ทำงานในบริษัทเอกชนเลยมีเงินเดือน แต่ก็มีอีกจำนวนมากที่เป็นนักพัฒนาอิสระ เขียนโปรแกรมในเวลาว่าง เป็นนักเรียน, อาจารย์ เป็นนักวิจัยก็มี, ดังนั้นมันไม่ใช่แค่เงินเท่านั้น ที่เป็นตัวหล่อเลี้ยงวงการ OSS ต่อให้ไม่มีเงิน บาง project ก็ยังอยู่รอดได้ เพราะคนเหล่านี้
- OSS ซอฟต์แวร์ก็มีดีแต่ Linux ที่เหลืออย่างอื่นส่วนใหญ่ห่วยๆ เจ๊งๆ ใช่ไหม
- ก. ถูกต้อง. Apart from Linux, most open source software is often abandoned and not developed, and leads to a lot of low-quality software with lots of bugs.
- ข. ไม่ถูกต้อง. นอกเหนือจาก Linux แล้วยังมี OSS อีกจำนวนมาก (ไม่ใช่แค่สองสามตัว ขอย้ำ) ที่มีการพัฒนาเติบโต, มีการใช้งานในวงการธุรกิจอย่างแพร่หลาย, และมีคุณภาพสูง ยกตัวอย่างคร่าวๆ ก็มี Firefox (WWW browser), Apache (WWW server), MySQL (Database), PostgreSQL (Database), PHP (WWW programming), Mambo (CMS), Drupal (CMS), GNOME (desktop environment), KDE (desktop environment), X.org (GUI window system) , GRASS (GIS), Squid (HTTP proxy)
- OSS มีความสำคัญต่อประเทศไทยไหม
- ก. ไม่มีหรอก. As a programmer, if I can write good code, why should I give it away? Thailand can do good source code without open source.”
- ข. สำคัญสิ. คำถามง่ายๆ ประเทศไทยโดยลำพังมีปัญญาเขียนซอฟต์แวร์ที่มันใหญ่ๆ หน่อยออกไปแข่งในตลาดโลกไหม. อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์บ้านเราแข็งเกร่งขนาดไหน. แล้วถ้าสู้ไม่ได้จะก้มหน้าก้มตาใช้ผลิตภัณฑ์ราคาแพงจากต่างชาติไปตลอดไปเลยเหรือ. แล้วจะไปรังเกียจวิธีต่อยอดโดยเริ่มพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่แล้วอย่าง OSS ที่เปิดให้คนร่วมแก้ไขร่วมพัฒนาไปทำไมล่ะครับ. ที่ตอบดังนี้ ไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างจะต้องเป็น OSS ให้เลิกใช้ proprietary software ไม่ใช่ครับ. ทั้งสองอย่างเป็นสิ่งจำเป็นต่อโลก และทำให้โลกของเราดีขึ้น. ประเด็นอยู่ที่เพียงแค่ว่า มีเหตุผลอันใดที่จะไปปฏิเสธ OSS เล่า? Open Letter “แม้จะไม่สนับสนุน ก็ไม่ควรเกิดการรบกวนการทำงาน”?
- ซอฟต์แวร์ OSS ที่พัฒนากันอยู่โครงการ 1-2 คน ทำแล้วไม่น่าไปรอด พูดงี้ถูกไหม?
- ก. ถูกต้อง ซอฟต์แวร์ OSS ที่พัฒนากันอยู่โครงการ 1-2 คน มีปัญหาตามคำตอบข้อ ก. ข้างต้นทั้งหมด
- ข. เหมารวมแบบนี้ไม่ถูก. จริงๆ แล้วซอฟต์แวร์ OSS ที่พัฒนากันอยู่โครงการ 1-2 คน นั้น มีโอกาสรอดมากกว่าซอฟต์แวร์ proprietary ที่พัฒนากันอยู่ 1-2 คนซะอีก เพราะว่าสำหรับ OSS เราสามารถต่อยอดงานที่คนทำมาแล้วได้ ดังนั้น แค่ 1-2 คน ก็สามารถสร้างสรรค์อะไรได้ อย่าไปดูถูก เพราะว่าเขายืนอยู่บนไหล่ของคนอีกหลายคน ไม่ต้องทำสิ่งที่คนเหล่านั้นทำมาแล้ว สามารถเดินหน้าต่อได้เลย. ซอฟต์แวร์ proprietary ที่ทำกัน 1-2 คนต่างหาก ที่น่าห่วงมากกว่า.
อยากให้ประเทศไทยก้าวไกลไปข้างหน้าครับ ผมคิดว่า OSS เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งถ้าเรามาทำความเข้าใจ และนำมาใช้รวมถึงพัฒนาต่อยอดอย่างถูกทาง ก็จะช่วยในการพัฒนาประเทศของเราได้ ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีปิดหรือเปิดอื่นๆ ครับ
อ่านคำอธิบายฉบับละเอียดได้ที่ Open Letter โดยคุณเทพพิทักษ์ครับ
Firefox+Thai 1.5.0.3 Deb
เพิ่ง bulid Debian packages สำหรับ Firefox 1.5.0.3 เสร็จครับ คราวนี้ใช้ libthai patch ที่ปรับปรุงใหม่โดย
พี่เทพ, โยนไว้ที่ LTN Apt นะครับ ใครสนใจก็เชิญ apt, ถ้าไม่เคยใช้ก็อ่าน LTN Apt README ก่อน
เข้าใจยาก: ทำไมเขาไม่เปิดส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้า
ตอม่อและเส้นทางต่อไปตากสินและสำโรงก็เสร็จแล้ว เหลือแต่วางรางและสร้างสถานี?
ทำไมไม่ทำต่อ?
เหมือนว่ารัฐบาล พยายามจะซื้อคืน BTS จากเอกชน แต่ตกลงราคากันไม่ได้
แล้วทำไมต้องซื้อคืนมาเป็นของรัฐ?
จะได้ใช้ตั๋วใบเดียวขึ้นได้หมด รถไฟใต้ดิน, รถไฟฟ้า, รถเมล์, etc. แต่ที่จริงจะทำตั๋วร่วมกัน ไม่ถึงกับต้องซื้อคืน มันก็น่าจะมีวิธีตกลงกันได้? มือถือโทรข้ามเครือข่ายคิดเงินร่วมกัน รัฐต้องซื้อคืนบริษัทมือถือด้วยไหม? ทำไมทียังงี้จะซื้อคืน ทีการไฟฟ้าจะขาย?
ลองดูรายละเอียดจาก 2Bangkok.com – Skytrain Extensions
“Overview: The present government has long prevented the Skytrain from expanding its lines because the Skytrain company is owned by rival Democrat Party allies. Thai political parties have always been backed/associated with business groups and these groups win or lose depending on the fortunes of political parties.
The present government has also gained popularity from pushing mass transit schemes and wants to integrate the privately held Skytrain into a government network.”
“The Nation, July 20, 2005: Transport Minister Suriya Jungrungreangkit has ordered a study of the construction of new mass-transit routes as an alternative to extensions to the existing Bangkok Transit System (BTS) network. The move is seen as putting more pressure on privately-owned BTS, which has refused to continue share-sale negotiations with the government… ”
“Thairath, July 15, 2005: BTS creditors have news from Shin Corps that Shin Corps is going to buy BTS debts from the creditors such as KfW and other domestic creditors at a 50% discounted price (from the current US$850 million for KfW and 13 billion baht for domestic creditors such as IFCT which has been taken over by TMB [the checkbook of Shin Corps], and SCB). This is being done to take over BTSC. After the debt buyout, Shin Corps would ask BTSC to cut registered capital to pay off debts and raise the ticket price to the 45 baht ceiling.”
มันเกิดอะไรขึ้น? BTS ไปทำอะไรผิดกฎ ผิดสัญญาหรือเปล่า? ทางสร้างเสร็จแล้ว ทำไมไม่ขยายเส้นทางให้รถมันวิ่งไป ชาวบ้านตาดำๆ จะได้ไม่ต้องรถติด มัวทำอะไรกันอยู่
ใครทราบช่วยไขข้อข้องใจที ว่าปัญหามันคืออะไร
World’s Best City 2005
From the Travel and Leisure magazine. According to the CNN’s article: “The scores are indexed averages of responses by readers to a questionnaire that asks them to rate destinations, properties and companies relevant to their recent travel.”
| Rank | Last Year | Name | Score | |
| 1 | 1 | Sydney | 88.30 | |
| 2 | 4 | Bangkok | 87.08 | |
| 3 | 2 | Rome | 86.26 | |
| 4 | 3 | Florence | 86.20 | |
| 5 | n/a | Chiang Mai, Thailand | 84.93 | |
| 6 | 6 | New York | 84.82 | |
| 7 | 8 | Istanbul | 84.78 | |
| 8 | 5 | Cape Town | 84.51 | |
| 9 | 7 | Oaxaca, Mexico | 84.41 | |
| 10 | n/a | San Francisco | N/A | |
Cool!
Hypocrisy the worst of human traits
จาก post ของฝ้ายใน LTN wwwboard เลยตามไปอ่านที่ RWT forum, ตัดมาบางส่วนที่ Linus เขียนดังนี้ (น่าสนใจดี):
Linus Torvalds (torvalds@osdl.org) 4/13/05
[…]
Unlike some people, I don’t judge people for whether they
are commercial or “free software” people, which means that
to me it wasn’t a case of knowing which side was “evil”
(and thus wrong by default – isn’t that how it works 😉
to start with.
In my book, what matters is what you do – whether you want
to sell things is your personal choice, but even more
importantly it is not a moral negative or positive. I’m a
big believer in open source as creating good stuff, but
I don’t think it’s a moral issue. It’s engineering.
So I think open source tends to become technically better
over time (but it does take time), but I don’t think it’s
a moral imperative. I do open source because it’s fun, and
because I think it makes sense in the long run.
For some reason that is hard for a lot of free software
people to accept. Too many people see things as a war
of “free software” against “proprietary evil”. This is,
btw, the real difference between the “open source” crowd
and the “free software” crowd, as far as I’m concerned.
หลังจากนั้นก็อัดยาวเป็นชุด ตามไปอ่านเองละกัน
เข้าใจยาก: ทำถนนบนทะเล
เห็นโครงการนี้มาอยู่พักหนึ่งแล้ว วันนี้ได้อ่านเว็บของ
โครงการที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบรายละเอียดเส้นทางลัดสู่ภาคใต้
(สมุทรสาคร-แหลมผักเบี้ย-ชะอำ) แล้ว ยังรู้สึกเข้าใจยาก

ผมเข้าใจว่าความคิดที่จะทำถนนบนทะเลนี้คือ เป็นเส้นทางลัด ย่นระยะไปได้กว่า 40 กม. แต่ว่ายังไงก็น่าจะมีต้นทุนที่สูงกว่าบนบกมาก
แถมยังมีปัจจัยน่าห่วงอื่นๆ อีก เช่น สิ่งแวดล้อม, ความปลอดภัย อะไรต่อมิอะไรซึ่งบางอย่างมันก็คาดไม่ถึง จนกว่ามันจะเกิดขึ้น (ดูอย่างอุบัติเหตุรถไฟใต้ดินไหลลงมาชนรถไฟที่จอดอยู่ที่สถานี มันยังเกิดขึ้นได้).
การสร้างสะพานแบบนี้ น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย แบบที่ไม่มีวิธีอื่นแล้ว อย่างพวกเชื่อมจากแผ่นดินไปเกาะ หรือว่าย่นระยะทางได้เป็นร้อยๆ กิโล.
สำหรับกรณีนี้นี่ดูแล้วยังไงๆ มันก็ไม่น่าคุ้ม?
ด้วยเงินจำนวนเดียวกัน (เขาประมาณไว้ 56,815 ล้านบาท) เอาไปสร้างถนนบนดิน แบบคุณภาพสูงเลย ไปกลับข้างละ 3-4 เลน ระยะทางยาวกว่าในทะเลหน่อย แต่ถ้าถนนดี มันก็วิ่งไม่กี่นาที? ความเสี่ยงลดลงไปตั้งเยอะ. จุดแวะพักก็ทำได้ถี่ ให้ประชาชนมาเปิดร้านขายของกันได้อีก. ทำอย่างที่ว่าแล้วเงินก็ยังน่าจะเหลืออีก เอาไปสร้างทางรถไฟขนานกับถนนไปด้วยเลย มันน่าจะคุ้มกว่ากันหรือเปล่า.
ข่าวเพิ่มเติม จาก manager ล้มแผนก่อสร้างถนนเลียบอ่าวไทย “สมุทรสาคร-แหลมผักเบี้ย” มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท หลังกระทบสิ่งแวดล้อม-ไม่คุ้มค่า หันไปปรับปรุงเส้นทางเดิมแทน “ทักษิณ” เผย “ในหลวง” ทรงห่วงให้คิดรอบคอบ
screenshot 2005/1/27
ทำ screenshot กะเขาบ้าง
Never again…
CNN.com – Schroeder: Remember Nazi crimes – Jan 25, 2005
รู้สึกชอบที่เยอรมันยอมรับในเรื่องที่เกิดขึ้น, ให้สัญญา, และดำเนินการต่างๆ เพื่อที่จะไม่ให้มันถูกลืมไป
“The evil of Nazi ideology did not occur without preconditions,” Schroeder said. “The brutalization of thought and the loss of moral inhibitions had a history; above all, Nazi ideology was desired by people and man-made.”
“There can be no compensation for the scale of the horror, the torture and the suffering that took place in the concentration camps,” Schroeder said at the event, organized by the International Auschwitz Committee.
The memory of the Nazi genocide “is part of our national identity,” Schroeder said. “Remembering the era of National Socialism and its crimes is a moral obligation — we owe that not only to the victims, the survivors and the relatives, but to ourselves.”
“It is true that the temptation to forget and suppress it is great, but we will not succumb to it,” Schroeder promised.
Germany’s national Holocaust memorial, standing next to Berlin’s Brandenburg Gate, is due to open in May, and the chancellor said it would serve as “a signal against forgetting.”
Franziskaner Beer in Japan

Last week after playing Badminton at NII, we went to have dinner at the Franziskaner Bar and Grill restaurant, near the Shin-Ochanomizu subway station, about 10 minutes walk from NII.
Here they sell imported German Franziskaner Hefe Weissbier (my favorite!) along with other beers. The price for the Hefe Weissbier above is about 950 Yen. Still the same good taste and smell :-p but however it’s not so cheap (for a student like me), isn’t it. 🙂
Remark: Beer price mistake, it should be 950 Yen
ค่าโง่โอนเงิน 1,260 เยน
ค่าโง่โอนเงิน 1,260 เยน จดไว้กันลืม วันก่อนไปโอนเงินสำหรับค่าลงทะเบียนงานประชุม 5,000 Yen และก็ค่าประกันไฟไหม้ของบ้าน 20,000 เยน
เนื่องจากเป็นการลงทะเบียนข้ามธนาคาร ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียม รายการละ 210 Yen เราก็ไปโอนที่เครื่องตามปกติ เครื่องที่ NHK มีภาษาอังกฤษด้วย
ไม่ต้องปวดหัวกับภาษาญี่ปุ่น แต่ดันไปซวยเรื่องอื่นแทน

เรื่องของเรื่องก็คือ ปกติเวลาโอนเงินที่เนี่ย พอเราใส่เลขบัญชีปลายทางปั๊บ มันก็จะขึ้นชื่อของบัญชีปลายทางมาโดยอัตโนมัติ ให้เราดูและก็ตอบว่า ใช่แล้วอันนี้แหละ
ทีนี้ไอ้ตอนที่ผมไปโอนนี่มันเย็นไปหรือยังไงไม่ทราบ มันไม่ขึ้น มันขึ้นมาให้เราพิมพ์ใส่เอง อ้าวฉิบหายละซิ ชื่อบัญชีสำหรับค่าประกันไฟไหม้ยาวเป็นวาเลย คันจิบางตัวก็อ่านไม่ออก
ก็เลยใส่แค่ย่อๆ ไปสั้นๆ ส่วนสำหรับค่าลงทะบียนงานประชุม ในเอกสารมันไม่บอกเลยด้วยซ้ำว่า บัญชีปลายทางชื่ออะไรมีแต่เลข ทำให้เรายิ่งเชื่อไปใหญ่ว่า ไม่ต้องเขียนก็ได้วะ
บัญชีปลายทาง เขาคงแค่เอาไว้ดูเล่นเฉยๆ จริงๆ แล้วแค่ตัวเลขก็พอ ก็โอนไปตามนั้น
วันรุ่งขึ้นก็มาเลยแต่เช้า โทรศัพท์จากธนาคาร บอกว่าเมื่อวานคุณไปโอนเงินใช่มั้ย ชื่อบัญชีปลายทางมันไม่ถูกต้อง ไม่สามารถโอนเงินได้ อ้าวเวรละตู เราก็บอกอ้าวแล้วให้ทำไง เขาบอกให้ไปที่เคาเตอร์ธนาคาร เลยขอให้โอนเรื่องไปที่ธนาคารแถวๆ บ้าน (คือขี้เกียจไป NHK อีก) แล้วก็ไป ก็ต้องไปกรอกแบบฟอร์มขอแก้ไขชื่อบัญชีปลายทาง และจ่ายค่าบริการ 630×2 = 1,260 เยน เสร็จแล้วก็คุยกับเขา เขาถามว่ามันไม่ขึ้นมาเหรออัตโนมัติ ชื่อบัญชีปลายทาง เราบอกมันไม่ขึ้น เขาว่าถ้ามันไม่ขึ้น ให้ไปที่เคาเตอร์ ถ้าไม่ทราบชื่อบัญชีปลายทางแบบถูกต้อง
ไปปีนภูเขาไฟฟูจิมา
หลังจากเคยไปด้อมๆ มองจากระยะไกลที่ Kawaguchi-ko มาหนึ่งครั้ง เมื่อกลางปีนี้

เมื่อวานนี้ก็ได้ไปปีนมาครับ ไปกับเพื่อนๆ 6 คน เป็นการปีนข้ามคืน คือนั่งรถบัสจากชินจูกุไป Kawaguchiko-gogome (2,600 Yen one-way) ไปถึงสี่ทุ่มก็ปีนไปเรื่อยๆ ถึงยอดตอนเช้า เขาไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน เหนื่อยสุดๆ แต่ก็สวยงามดี ขนาดอุตส่าห์ฟิตซ้อมเล่นกีฬาสัปดาห์ละหลายครั้งนะเนี่ย ค่อยๆ คลานขึ้นไป นึกว่าจะไม่ถึงซะแล้ว 🙂 บันทึกเวลาเป็นดังนี้ (เพื่อนชื่อ Hamasaki จดไว้)
08/24 19:50 leave Shinjuku
08/24 22:00 arrive Kawaguchi-ko gogome
08/24 22:22 start climbing
08/25 01:42 arrive at 8th station
08/25 02:48 arrive at Haku-un Sou (8th station)
08/25 05:00 sun rise!
08/25 05:53 reach the top of Mt. Fuji
08/24 07:00 start to walk down
08/25 10:45 back to Kawaguchi-ko gogome


LWN: The Grumpy Editor’s guide to graphical mail clients
เห็นข่าวที่ LWN อันนี้
LWN: The Grumpy Editor’s guide to graphical mail clients เลยนั่งอ่านดู เนื่องจาก E-mail client นับว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่สำคัญ ต้องใช้ทุกวัน เลยดูซะหน่อยว่าเขา review แต่ละตัวยังไงบ้าง ก็น่าสนใจดี
ตอนนี้ใช้ kmail อยู่ ก็รู้สึกว่าไม่เลว ทั่วๆ ไปก็ดี ข้อดีก็คือ feature ที่ควรจะมีก็มีเกือบหมด filter, เรียง thread, ใช้งาน stable ดี ตอนนี้ ~/Mail ขนาด 1.7 GB ก็ไม่อืด, ผสมผสานกับ KDE ดี, อ่านเมล+พิมพ์ เมลภาษาไทย, ญี่ปุ่น, utf8 อะไรได้, ภาษาไทยก็ตัดคำได้ตอนเขียน mail, ในเวอร์ชั่นหน้าก็เห็นว่าจะ compose HTML message ได้
แต่มีปัญหาปวดใจอยู่สองสามอย่าง กล่าวคือ ทำให้มันเรียง thread แบบว่า thread ไหนที่มี post เข้ามาใหม่ ให้เอามาไว้ล่างๆ ทำบ่ได้ อ่านดู comment ก็เจอคนบ่นคล้ายๆ กัน และได้เห็นวิธีแก้หลายๆ อย่าง เช่น ใช้ Saved Search หรือทำ short-cut toggle key ระหว่าง thread กับ non-thread mode (อันนี้เจ๋ง) เลยแก้ปัญหาไปได้
ปัญหาอีกอย่างก็คือการ render ภาษาไทยผิด ในบาง message ที่มีสระวรรณยุกต์ไทยมาเป็น pattern บางแบบ ซึ่งคิดว่ามันคงเป็นปัญหาของ Qt หรือ kdelibs มากกว่าของ KMail เอง ก็ยังหาที่แก้ไม่เจออยู่ดี และมันไม่มีความสามารถแบบ “ลบเมลที่ POP server หลังจากที่เมลนั้นถูก pop มาที่เครื่องเราแล้ว xxx วัน” ซึ่งจะทำให้สะดวกสบายอย่างยิ่ง เวลาที่ pop mail จาก account เดียวไปหลายๆ เครื่อง และ สุดท้ายมันน่าจะมี search ที่ง่ายๆ และเร็วๆ หน่อย แบบช่องเดียว ขุดมาให้หมดจะเป็น subject หรือ body หรือ sender มีก็เอาขึ้นมา ไม่ต้อง specify มาก
แต่รวมแล้วๆ ยังพอทน ไม่เลวร้ายมาก พอดีเหลือบไปเห็น comment อันนี้ด้วย :-p ก็ใช้ต่อไปละกัน ใครมีตัวอื่นแนะนำบ้างไหม
First of all, I wonder why the author did test development versions of
most other clients but not of KMail. Anyway.
The current stable version (1.6.x) already has
– custom message actions (shortcuts can be assigned and they can be put on
the toolbar). For details see the comment of mmutz.
The upcoming version brings
– a quick search bar in the main window
– an anti-spam wizard to help the user setting up KMail for use with an
external spam filtering tool; including internal spam filtering is
nonsense because that we mean re-inventing the wheel (and there are
already loads of suitable wheels (SpamAssassin, bogofilter, …) out
there)
– basic HTML markup in the composer (font family, size, color, shape, text
alignment, lists), not supported are tables, embedded images or other more
advanced HTML features


